5 Advantages of VXE R1 SE + Mouse
5 Advantages of VXE R1 Se + + Mouse# Mouse # Wireless Mouse # Gaming mouse # Bluetooth Mouse # Mice
ถ้าใครกำลังชั่งใจเมาส์ VXE R1 SE+ / เมาส์ VXE R1 SE (บางที่เรียก Dragonfly R1 SE+) เราแนะนำให้ดู “วิธีเลือกให้เหมาะกับสไตล์ใช้งาน” เพิ่มจากข้อดีหลักๆ อย่างน้ำหนักเบา 51g, เซ็นเซอร์ PAW3395 และ DPI สูงสุด 18,000 เพราะรายละเอียดเล็กๆ ทำให้ประสบการณ์ต่างกันมาก 1) เหมาะกับงานหรือเกมแบบไหน? จากที่ลองใช้จริง ข้อดีคือเบาและตอบสนองไว ทำให้เหมาะกับงานออฟฟิศที่ต้องลากเมาส์ทั้งวัน รวมถึงเกมที่ต้องสะบัด/ยกเมาส์บ่อยๆ เช่น FPS แต่ถ้าเล่นแนว MOBA หรือทำงานกราฟิกก็ยังโอเค เพราะปรับ DPI Cycle ให้พอดีกับความละเอียดจอได้ง่าย 2) ตั้งค่า DPI และปุ่มให้เข้ามือ เราใช้วิธีแบ่ง DPI เป็น 2-3 ระดับที่ใช้จริง เช่น 800 สำหรับเล่นเกม, 1200-1600 สำหรับทำงาน แล้วให้ปุ่ม DPI Cycle ไว้สลับเร็วๆ จะช่วยลดอาการ “ไวเกิน/ช้าเกิน” เวลาสลับงานกับเกม จุดที่ชอบคือมี Onboard config (บันทึกค่าไว้ในตัวเมาส์) เวลาเอาไปเสียบคอมเครื่องอื่นก็ยังใช้ค่าที่ตั้งไว้เดิม ไม่ต้องตั้งใหม่ทุกครั้ง 3) แบตอึดจริง แต่ควรมีทริคการใช้งาน แบตของรุ่นนี้ถือว่าอึดในชีวิตประจำวัน เราแนะนำให้ชาร์จแบบ “เติม” เป็นช่วงๆ มากกว่าปล่อยให้หมดเกลี้ยง และถ้าไม่ได้เล่นเกมจริงจัง ลองลดไฟ/ลดความถี่การใช้งานบางอย่าง (ถ้ามีให้ปรับในซอฟต์แวร์) จะยืดเวลาใช้งานได้อีก 4) เช็กเรื่องการจับ (Grip) และขนาดมือ เพราะเมาส์เบามาก การจับจะรู้สึกต่างจากเมาส์หนักๆ ใครถนัด claw grip หรือ fingertip grip มักจะชอบเป็นพิเศษ ส่วน palm grip ก็ใช้ได้ แต่แนะนำให้ลองดูทรงและความสูงของหลังเมาส์ว่ารับอุ้งมือพอดีไหม ถ้าพอดีจะช่วยให้เล่นนานไม่เมื่อย 5) ความคุ้มค่า/งบจำกัดควรดูอะไรเพิ่มก่อนกดซื้อ นอกจากสเปก (PAW3395, DPI 18,000, น้ำหนัก 51g) ให้เช็กของแถมและประกันร้านด้วย เพราะส่งผลกับความคุ้มระยะยาว ถ้าได้ของแถมอย่างตัวรับสัญญาณ/อุปกรณ์เสริมครบๆ และมีรับเคลมชัดเจน จะยิ่งทำให้ VXE R1 SE+ เป็นเมาส์ไร้สาย “คุ้มราคา” สำหรับสายทำงานและเล่นเกมในงบจำกัดจริงๆ