Automatically translated.View original post

ZIFRIEND RX75 PRO

5/14 Edited to

... Read moreเผื่อใครเสิร์ชหา ZIFRIEND RX75 / ZIFRIEND RX75 PRO keyboard แล้วกำลังลังเล เราสรุปจากการใช้งานจริงแบบเข้าใจง่ายให้ครับ (แนว “ยิงไม่โดนก็โทษคีย์บอร์ดไว้ก่อน” นั่นแหละ) อย่างแรกที่รู้สึกได้ทันทีคือ “เสียงพิมพ์ดีมาก” มันให้ฟีลแน่นๆ เวลากดแล้วไม่กลวง ทำให้พิมพ์งานยาวๆ เพลินขึ้น และถ้าเอาไปเล่นเกมก็ได้จังหวะกดที่คุมง่ายกว่าเดิมนิดนึง (อันนี้แล้วแต่คน แต่เรารู้สึกว่ามันช่วยเรื่องความมั่นใจตอนกดสกิล) ข้อที่สองคือไฟ โดยเฉพาะ “ไฟด้านข้าง” ที่ทำให้โต๊ะดูมีมิติขึ้น ไม่ได้มีแค่ไฟใต้ปุ่มอย่างเดียว ถ้าใครชอบแต่งโต๊ะหรือถ่ายรูปลงโซเชียล จุดนี้คือเพิ่มความเท่แบบเห็นได้ชัด แนะนำให้ลองปรับโหมดไฟให้เข้ากับสไตล์โต๊ะ เช่น โทนขาว/ดำก็เลือกไฟสีเดียวไปเลยจะดูคลีน ข้อที่สามที่หลายคนถามคือเรื่องการเชื่อมต่อ รุ่นนี้เป็นแบบ Trimode ใช้ได้ครบทั้ง Wireless, BLUETOOTH และเสียบสาย ข้อดีคือเราสลับใช้งานได้ตามสถานการณ์ - อยู่บ้านอยากหน่วงต่ำก็ “เสียบสาย” - ใช้กับโน้ตบุ๊ก/แท็บเล็ตก็ “BLUETOOTH” สะดวก - ถ้าอยากโล่งโต๊ะและยังเน้นความนิ่งก็ใช้ “Wireless” ทิปส่วนตัว: ถ้าต้องประชุม/พิมพ์งานที่ต้องเสถียร เรามักเสียบสายไว้ก่อน เพราะลดโอกาสสะดุดแบบไม่รู้ตัว ส่วน Bluetooth เหมาะมากเวลาพกไปนั่งคาเฟ่หรือสลับหลายอุปกรณ์ ส่วน “1 ข้อเสีย” ที่อยากให้เผื่อใจไว้คือคีย์บอร์ดสายไร้สาย/มีไฟแบบนี้ ถ้าเปิดไฟจัดๆ และใช้งานต่อเนื่อง จะต้องใส่ใจเรื่องแบตมากขึ้นกว่าคีย์บอร์ดทั่วไป (โดยเฉพาะคนที่เปิดไฟด้านข้างตลอด) ทางแก้ที่เราใช้คือปรับความสว่างลง หรือเลือกโหมดไฟนิ่งๆ และถ้ารู้ว่าจะใช้นานก็เสียบสายไปเลยให้จบ สรุปสำหรับคนกำลังตัดสินใจ: ถ้าคุณอยากได้ rx75 pro keyboard ที่เสียงพิมพ์ดี มีไฟด้านข้างสวย และต้องการความยืดหยุ่นแบบ Trimode (Wireless/BLUETOOTH/เสียบสาย) รุ่น ZIFRIEND RX75 PRO ถือว่าน่าเล่น แต่ถ้าคุณไม่อยากคิดเรื่องแบต/ไม่ชอบชาร์จบ่อย ให้เน้นใช้งานแบบเสียบสายจะสบายใจกว่า