"โลก" ไม่ได้มี "เวลา" ให้เราเยอะขนาดนั้น

”โลกไม่ได้มีเวลา“ให้เราเยอะขนาดนั้น

1. ตื่นมาอีกวัน แต่ยังทำเหมือนเดิม

วันใหม่ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะเปลี่ยน

ถ้าคนในนั้นยังไม่ขยับ

2. สิ่งที่บอกว่า “เดี๋ยวค่อยทำ” มีกี่อย่างแล้ว

ลองนับดูสิ แล้วจะรู้ว่าผัดวันมานานแค่ไหน

3. ความฝันไม่ได้หาย แต่เราเองที่เดินออกมา

มันยังอยู่ตรงนั้น แค่ฝุ่นจับหนาขึ้นทุกวันที่เราไม่แตะมัน

4. อายุมากขึ้นทุกปี แต่บางคนยังอยู่ที่เดิม

ไม่ใช่เพราะโชคร้าย แต่เพราะยังรอวันที่

“พร้อม” ซึ่งไม่มีวันมาถึง

5. โทรศัพท์กินชีวิตเราไปโดยไม่รู้สึกตัว

แค่หยิบขึ้นมาดูแป๊บเดียว แต่พอวางลงชั่วโมงก็หายไปแล้ว

6. คนที่ทำได้ก็มีแค่ 24 ชั่วโมงเท่ากัน

ต่างกันตรงที่เขาไม่นั่งรอให้ตัวเองพร้อมก่อนเริ่ม

7. ร่างกายส่งสัญญาณมาแล้ว แต่เรายังไม่ฟัง

ปวดหัว นอนไม่หลับ เครียดโดยไม่รู้สาเหตุ

มันไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอก

8. เวลาที่เสียไปกับความกลัว ไม่มีวันได้คืน

กลัวผิด กลัวล้มเหลว กลัวคนมอง

สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง

9. คนรอบข้างค่อย ๆ เดินหน้าไป

ไม่ได้แข่งกับใคร แต่แค่อยากถามตัวเอง

ว่าเราเดินด้วยไหม หรือแค่ยืนดู

10. ความสัมพันธ์ต้องการเวลา ไม่ใช่แค่ความตั้งใจ

บอกว่าสำคัญแต่ไม่เคยหาเวลาให้ มันก็แค่คำพูดที่ฟังดูดี

11. สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดไม่ใช่การล้มเหลว

แต่คือสิ่งที่ไม่เคยได้ลองเลยสักครั้ง

เพราะรอจนหมดเวลาไปก่อน

12. “ยังมีเวลา” คือประโยคที่หลอกเราได้เก่งที่สุด

จนวันที่มันไม่เหลือแล้ว เราถึงจะรู้ว่าเชื่อมันมากเกินไป

ตลอดมา

13. บางโอกาสมีแค่ครั้งเดียว ไม่มีรอบสอง

คนที่เรารัก วันที่ยังมีแรง ช่วงเวลาที่ดีที่สุด

มันไม่ได้รอเราตลอดไป

14. เหนื่อยได้ พักได้ แต่อย่าหยุดนานจนลืมทิศ

พักเพื่อเดินต่อได้เสมอ แต่พักจนลืมว่าตัวเองกำลังไปไหน

นั่นคนละเรื่องกัน

15. ไม่มีใครมาปลุกให้เราลุกขึ้นมาใช้ชีวิต

ทุกคนต่างก็ยุ่งกับของตัวเอง การรอให้ใครมาจุดไฟ

ให้จึงเป็นการรอที่ยาวนานมาก

16. ชีวิตที่อยากได้ไม่มีทางเกิดขึ้นเอง

ต้องเลือก ต้องลงมือ และต้องยอมเสียบางอย่าง

เพื่อแลกกับสิ่งที่อยากได้จริง ๆ

17. สิ่งที่ยังไม่ได้เริ่มรอเราอยู่ แต่ไม่รอตลอดไป

มีวันหนึ่งที่มันจะหายไป และเราจะนึกถึง

มันตอนที่สายเกินแก้แล้ว

18. ทุกวันที่ผ่านไปคือการตัดสินใจอยู่ดี

จะใช้มันหรือปล่อยให้มันผ่านไปเฉย ๆ

ก็เป็นการเลือกแบบหนึ่งเหมือนกัน

#เวลา

6/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการตระหนักรู้ว่า "โลกไม่ได้มีเวลาให้เราเยอะขนาดนั้น" เป็นสิ่งที่กระตุ้นใจให้คนเราหันมาสำรวจการใช้ชีวิตของตนเองอย่างลึกซึ้ง เรามักจะตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเริ่มทำสิ่งที่อยากทำ แต่พรุ่งนี้ก็กลายเป็นวันนี้และวันถัดไปอีกเรื่อย ๆ จนเวลาผ่านไปโดยไม่ได้ลงมือทำจริง ๆ ผมเคยตกอยู่ในสถานะ "รอพร้อม" เช่นกัน ซึ่งมันคือการหลอกตัวเองอย่างหนึ่ง เพราะความพร้อมที่แท้จริงไม่มีทางมาถึงถ้าเราไม่พยายามเริ่มต้นก่อน สิ่งสำคัญคือการรับรู้ว่าครึ่งหนึ่งของเวลาที่เรามีอยู่ได้ถูกใช้ไปกับความกลัวและข้ออ้าง เช่น กลัวทำผิด กลัวล้มเหลว หรือกลัวคำวิจารณ์จากคนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นอุปสรรคที่เราสร้างขึ้นเอง นอกจากนี้ แรงจากความผูกพันและความสัมพันธ์ที่เรามีก็ต้องการเวลาและความตั้งใจ หากเราไม่ให้เวลากับคนที่เรารัก ทุกความสัมพันธ์ก็อาจค่อย ๆ ห่างเหิน ดังนั้นการบริหารเวลาไม่ใช่แค่จัดการกับงานและเป้าหมายส่วนตัว แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วย โทรศัพท์มือถือและโซเชียลมีเดียก็เป็นศัตรูที่เงียบเชียบ ที่ดูดเวลาของเราโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่ตั้งใจจะหยิบขึ้นมาดูแค่แป๊บเดียว แต่กลับจมอยู่กับสิ่งเหล่านั้นเป็นชั่วโมง ซึ่งเราควรตั้งกฎเกณฑ์ในการใช้เวลาบนอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อคืนเวลาที่มีค่ากลับมา ผมแนะนำให้ทุกคนลองจดบันทึกหรือสะท้อนตัวเองว่าในแต่ละวันเราใช้เวลาทำสิ่งใดไปบ้าง สิ่งใดที่เป็นข้ออ้างผลักเวลาออกไป สิ่งใดที่ทำให้เราไม่ก้าวไปข้างหน้า ทั้งนี้เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็ก ๆ ในชีวิต สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่า "เวลาที่เสียไปกับความกลัวและความไม่พร้อมไม่มีวันได้คืน" ลองเดินหน้าลงมือทำในสิ่งที่อยากทำ เรียนรู้จากความผิดพลาด และอย่ารอจนเวลาหมดไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะชีวิตมีค่าและเวลาไม่เคยหยุดรอใคร

1 ความคิดเห็น