ส่งมุกจีบเธอ เธอไม่เก็ท แต่ตอนเธอส่งจีบกลับเราก็ไม่เก็ทเหมือนกัน

เรื่อง : เขียนรักเธอ

นามปากกา : คุณฉัน

อ่านได้ที่ : #readawrite

#รีวิวนิยายวาย เพื่อนที่ย้ายเข้ามาใหม่แสนตรงสเปค แล้ว "เขียนรัก" ที่แพ้คนแบบนี้ ทั้งหน้าทั้งนิสัยสุดๆจะทนได้ไง ก็จีบไปเลยสิครับ ตอนแรกก็ค่อยๆแหละเพราะเดี๋ยวทำหนุ่มแว่นตื่น แต่เธอไม่เข้าใจมุกผม เจ็บกว่าคือเธอว่าบอกเขียนเป็นเพื่อนที่ดีมาก ฮื่ออ เจ็บในทรวง แต่ใครจะรู้คะว่าหนุ่มแว่นเขาก็ชอบเพื่อนคนนี้เหมือนกัน ถึงขนาดไปดูดวงมาเลยเด้อ เนี่ย ต้องชอบขนาดไหน ต่างคนต่างชอบกันแบบนี้ แล้วการกระทำเอฟวี่ติง แฟนกันสุดๆ อย่าจีบกันเลยค่ะ คนไทยเห็นหมด เพื่อนก็เห็นหมดแล้ว แต่งงานกันได้เลย ไม่มีใครมองใครเสล่อแน่นอน

แต่ๆ มันดั้นเกิดเรื่องตอนเขียนเมาแล้วตื่นมาจำอะไรไม่ได้เนี่ยสิ ใจเธอแป๊วสุดๆ ปากเขียนปากเธอก็มีแผลทั้งคู่ เธอแกล้งบอกลูกหมากัดปาก เขียนไล่ให้ไปหาหมอฉีดยาเดี๋ยวเป็นพิษสุนัขบ้า ส่วนปากตัวเองนั้น อ๋อ สงสัยปากแห้งอากาศเย็นเลยแตก ลูกแม๊5555

#bl #นิยายวายreadawrite #นิยายวาย

1/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “มุขหยอดแฟน” แบบน่ารักๆ สายเขิน ไม่คุกคาม ไม่ฝืนใจ แนะนำให้เล่นแนว “ถาม-ตอบ” ที่อีกฝ่ายพอรับได้ค่ะ เราชอบไวบ์ในนิยายเรื่องเขียนรักเธอตรงที่มันเป็นฟีลเพื่อนสนิทที่แอบชอบกัน ต่างคนต่างเขิน แล้วความสัมพันธ์มันชัดจากการกระทำมากกว่าคำพูด ต่อให้มุกไม่เก็ท แต่ความเอ็นดูมันชนะทุกอย่าง ไอเดียมุขหยอดแฟนสายเขิน (ใช้กับคนคุย/แฟน/เพื่อนสนิทที่สนิทพอ): 1) มุกชวนสังเกต: “วันนี้อากาศหนาวนะ…แต่ทำไมเราร้อนแก้มตลอดเลยอะ” (ถ้าอีกฝ่ายงง ก็หัวเราะกลบแล้วเปลี่ยนเรื่องได้ ไม่กดดัน) 2) มุกชมแบบเนียนๆ: “ไม่รู้คิดไปเองมั้ย แต่เวลาเธอใส่แว่น/ยิ้ม มันดูน่ามองกว่าปกติอีก” ฟีลหนุ่มแว่นในเรื่องคือดีมาก เหมาะกับสาย Friend Zone Romance สุดๆ 3) มุกขอความช่วยเหลือ: “ช่วยเลือกหน่อยสิ ระหว่าง…กินข้าวกับเธอ หรือกินข้าวกับเธอ” เบาๆ แต่ชัด 4) มุกเล่นคำแบบปลอดภัย: “เราไม่ได้หยอดนะ แค่พูดความจริงว่าคุยกับเธอแล้วสบายใจ” สิ่งที่ทำให้มุกหยอดแฟนไม่แป้ก (จากประสบการณ์เรา + อ่านนิยายแนว slice of life บ่อย): - ดูจังหวะ: ถ้าอีกฝ่ายเหนื่อย/เครียด ให้ใช้มุกแบบปลอบใจมากกว่าแซว - สั้นไว้ก่อน: มุกยาวๆ มีโอกาสไม่เก็ทสูง โดยเฉพาะคนจริงจังหรือเขินง่าย - มีทางลง: ถ้าเขาไม่เก็ท ให้ปิดท้ายด้วย “แซวเล่นน้า” แล้วเปลี่ยนเป็นประโยคหวานตรงๆ หนึ่งประโยคก็พอ แล้วมุกที่เราเขินที่สุดในเรื่องนี้คือซีน “ลูกหมากัดปากครับ” คือมันเป็นมุกแก้เขินที่ทั้งตลกทั้งชวนคิดว่า…เอ๊ะ แล้วปากไปโดนอะไรมาแน่ กลายเป็นความน่ารักแบบ friend zone ที่เหมือนแฟนไปแล้ว ถ้าอยากหยอดแบบนี้ในชีวิตจริง ใช้เป็นแนว “ข้ออ้างน่ารักๆ” ได้ เช่น “สงสัยอากาศเย็นเลยปากแตก” แล้วค่อยต่อด้วย “งั้นขอทาลิปให้ได้มั้ย” (ถ้าสนิทและอีกฝ่ายโอเค) สุดท้าย ถ้าหยอดไปแล้วเขาไม่เก็ท อย่าเพิ่งท้อค่ะ บางคนไม่ใช่ไม่ชอบ แต่อาจเขินหรือไม่ถนัดเล่นมุกก็ได้ เหมือนในเขียนรักเธอที่ต่างคนต่างชอบกัน แต่ต้องใช้เวลาให้ความสัมพันธ์มันค่อยๆ ชัดขึ้นจากการดูแลกันในชีวิตประจำวัน นี่แหละเสน่ห์ของมุขหยอดแฟนสายเขิน—ไม่ต้องปังทุกมุก แค่จริงใจและทำให้อีกฝ่ายยิ้มได้ก็พอ