รีวิวอาชีพบินโดรนเกษตร
อาชีพนี้เป็นกลุ่มคนเล็กๆ
ถามว่าเหนื่อยไหม ไม่เหนื่อยเท่าไหร่(พอทนได้) แต่ทนกับแดดกับฝนที่สุดดดดด กันแดดต้องหนาเด้อแม่
รายได้วันละ 4,000-10,000 แล้วแต่หน้างาน
ต้องศึกษาตัวยาและสารเคมีตลอดๆ
#รีวิวอาชีพ #รีวิวอาชีพบินโดรนเกษตร #อาชีพบินโดรนเกษตร
ถ้าถามว่า “ข้อดีของโดรนการเกษตร” แบบคนทำงานหน้างานจริงๆ เราว่ามันไม่ได้ดีแค่เรื่องเท่หรือทันสมัยนะ แต่ดีตรงช่วยให้การทำงานในไร่/นาเร็วขึ้นแบบเห็นภาพเลย โดยเฉพาะช่วงที่ต้องพ่นยา/ปุ๋ยทางใบแล้วเวลาเร่งมากๆ 1) ประหยัดเวลา ทำงานได้ไวกว่าแรงงานคน งานพ่นในพื้นที่กว้าง ถ้าเดินพ่นเองใช้เวลานานมาก และบางทีต้องใช้คนหลายคน แต่โดรนช่วยให้ “รอบงาน” สั้นลง ทำให้ทันช่วงเวลาที่เหมาะกับการพ่น (เช้าตรู่/เย็น) ลดปัญหาพ่นไม่ทันแล้วประสิทธิภาพตก 2) ลดการสัมผัสสารเคมีโดยตรง อันนี้เป็นข้อดีที่รู้สึกได้จริง เพราะถ้าเป็นการเดินพ่น คนพ่นจะใกล้ละอองมากกว่า แต่ใช้โดรนเรายืนคุมระยะ หลีกเลี่ยงการโดนละอองโดยตรงได้เยอะ (แต่ก็ยังต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันนะ) และต้องรู้เรื่อง “ตัวยาและสารเคมี” ให้แม่น เพราะผสมผิดอัตราหรือพ่นผิดช่วงก็เสียหายได้ 3) เข้าถึงพื้นที่ยากได้ง่ายขึ้น บางแปลงพื้นแฉะ เป็นหลุม เป็นคันนาเดินลำบาก หรือพืชสูงท่วมหัว การใช้โดรนทำให้ไม่ต้องลุยเข้าไปให้เหนื่อย/เสี่ยงลื่นล้ม แถมลดการเหยียบย่ำต้นพืชเสียหายด้วย 4) คุมคุณภาพงานได้สม่ำเสมอมากขึ้น ข้อดีอีกอย่างคือเราปรับความสูง ความเร็ว ปริมาณน้ำยาให้เหมาะกับสภาพแปลงได้ ทำให้การพ่น “เนียน” และสม่ำเสมอขึ้น ถ้าตั้งค่าดีๆ งานออกมาสวย เกษตรกรเห็นผลชัด 5) เป็นอาชีพที่ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ (และได้เหนื่อยจริง) จากที่เราทำเอง มันเป็นงานที่ได้อะไรบ้าง? ได้เหนื่อยแน่นอน แต่เหนื่อยแบบพอทนได้ สิ่งที่หนักจริงคือแดดกับฝน ต้องเตรียมกันแดดหนาๆ และวางแผนหน้างานตามลม/อากาศ รายได้ต่อวันโดยประมาณ 4,000–10,000 บาทแล้วแต่หน้างาน แต่รายได้จะไปได้สวยต้องเก่งเรื่องวางแผนงาน ความปลอดภัย และอัปเดตความรู้สารเคมีตลอด สรุปแล้ว ข้อดีของโดรนการเกษตรคือช่วยให้เกษตรกรทำงานไวขึ้น ลดแรงงาน ลดความเสี่ยงสัมผัสสารเคมี และทำงานในพื้นที่ยากได้ดีขึ้น ส่วนคนที่อยากทำอาชีพนี้ แนะนำให้โฟกัสเรื่องความปลอดภัย การตั้งค่าพ่นให้ถูก และเรียนรู้ตัวยา/การผสมให้เป๊ะ เพราะนี่แหละคือหัวใจของงานจริงๆ




