Automatically translated.View original post

Take it on the hunt for the heart-shaped waterfall, the Losu table, a budget of 3,500 baht. 🌿⛰️❤️

Three days and two nights and a brutal but fucking trip, "Pre Losu Table." 🌿

📌 started leaving BTS, the Chishman at 7: 00 p.m., took an overnight ride until "Amo Apa" in the morning, ate, ate coffee, showered, changed clothes, prepared baggage, got on the Fovil ride for almost an hour at the registration point.

📌 noon, get a package of rice. Before you get to the camp, it's about a 2-3 hour walk. Finish going to the waterfall around the camp. Cool water. Evening, eat at the camp. Finish, sleep hard because at 3 am. Must wake him up.

📌 The second day is the highlight. Wake up 3: 00 a.m., have breakfast, wrap lunch, walk up to the beach 30,000 to see the sunrise in the sea of fog. The day we went to the rain, but the morning rained on the way to see the rainbow. I can say that now I'm tired. I want everyone to prepare well. Then in the afternoon we continue to hunt for the heart-shaped waterfall. Back to the camp for the evening bathing and dinner that the brothers prepared.

📌 Last day, get up early, pack up, walk out of the camp, go back up, Fovil out of the forest, close the trip with full-max fatigue. When we go to rain almost every day, it makes the mud quite messy. Say that the shoes are very important. We recommend the stud. Sure.

🌿 is not just the largest waterfall in Thailand.

But keeping every step, every breath, every beautiful view on the way is a very good memory. 😊

We went to Joy Trip with Trekventure for 3,500 baht each, including everything. ⛰️

# Hiking review # Rain trip # Pree Losu table# Paw # Camping

2025/8/12 Edited to

... Read moreหลายคนทักมาถามเหมือนกันว่า “เปรโต๊ะลอซู เปิดเดือนไหน” เพราะอยากวางแผนล่วงหน้าให้ไม่เสียเที่ยว จากที่ผมหาข้อมูลและคุยกับทีมทริป/คนพื้นที่ โดยทั่วไป “น้ำตกเปรโต๊ะลอซู” จะเปิดให้เข้าช่วงฤดูฝน-ต้นหนาวเป็นหลัก (ประมาณ ก.ค.–พ.ย.) เพราะเป็นช่วงที่น้ำเยอะ น้ำตกจะสวยและอลังการที่สุด แต่รายละเอียด “วันเปิด-วันปิด” และเงื่อนไขการเข้าพื้นที่จะเปลี่ยนได้ตามสภาพอากาศ/ความปลอดภัยของเส้นทางในแต่ละปี แนะนำให้เช็กประกาศล่าสุดกับหน่วยงานในพื้นที่อุ้มผางหรือผู้จัดทริปก่อนจองเสมอ โดยเฉพาะช่วงฝนหนักที่เส้นทางโคลนและลำห้วยอาจเสี่ยง ถ้าตั้งใจไปช่วงฝน (ซึ่งเป็นช่วงที่รูปออกมาสวยมาก) ผมว่าเตรียมตัวให้ “เหมือนจะไปเจอโคลนแน่ๆ” จะรอดสุด สิ่งที่ช่วยชีวิตทริปผมจริง ๆ คือรองเท้า—สตั๊ดดอย/รองเท้าดอกลึกสำคัญมาก เพราะบางช่วงลื่นแบบก้าวพลาดแล้วไถลได้เลย อีกอย่างคือเสื้อกันฝนที่คล่องตัว (แบบเสื้อคลุมหรือชุดกันฝน) เพราะต้องเดินนานและมีโอกาสเจอฝนสลับหยุดตลอดวัน ถุงกันน้ำ/ถุงขยะใบใหญ่ไว้ห่อเสื้อผ้าในเป้ก็ควรมี ไม่งั้นถึงแคมป์มาเจอของเปียกคือหนาวและเหนื่อยขึ้นอีกเท่าตัว เรื่องสัญญาณโทรศัพท์: พอเริ่มนั่งรถกระบะ/โฟวิลเข้าลึก ๆ จะเริ่มหายเป็นปกติ ผมแนะนำให้บอกคนที่บ้านล่วงหน้าว่าจะ “ขาดการติดต่อ” ช่วงไหน และเซฟไฟล์สำคัญแบบออฟไลน์ เช่น บัตรประชาชนรูปถ่าย/ข้อมูลแพ้ยา/เบอร์ฉุกเฉิน ใครสนใจไฮไลต์ “ดอย 30,000” ที่ต้องตื่นตี 3 ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลหมอก ให้เตรียมไฟฉายคาดหัวกับถ่านสำรองไปเลยครับ มือจะได้ว่างตอนเดิน ทางมืด + หมอก + ดินลื่นทำให้เดินช้ากว่าที่คิด และอย่าลืมเสื้อกันหนาวบาง ๆ หรือเสื้อชั้นในแห้งไว เพราะช่วงเช้ามืดอุณหภูมิลดฮวบ แม้กลางวันจะชื้นและร้อน สุดท้าย ถ้าจะไป “ตามล่าน้ำตกรูปหัวใจ” แถวเปรโต๊ะลอซู ผมมองว่าควรเผื่อเวลาและพลังไว้ด้วย เพราะหลังขึ้นเขาเช้ามาแล้ว ช่วงบ่ายยังต้องเดินต่อ ร่างกายล้าไวมาก ทริคของผมคือกินน้ำ-เกลือแร่เป็นระยะ (ไม่รอให้หิวน้ำ) และพกขนมพลังงานเล็ก ๆ เช่น ช็อกโกแลต/เจล/ถั่ว ไว้เติมระหว่างทาง ทริปจะโหดแต่คุ้มจริง ถ้าเตรียมของให้ถูกกับฤดูและเช็กวันเปิดก่อนออกเดินทางครับ