ในฐานะคนตาบอด ฉันมักถูกวางไว้ในหมวดหมู่ของทรัพยากรที่มีเงื่อนไข

ไม่ใช่แค่ในโลกของการทำงานที่เราต้องพิสูจน์สมรรถภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ได้ที่ยืนในสังคมที่วัดค่ากันด้วยฟังก์ชันการใช้งาน แต่ลึกไปกว่านั้น แม้แต่การมีชีวิตอยู่ เรากลับต้องคอยตอบคำถามถึงความคุ้มค่าและความหมายของการมีตัวตนอยู่เสมอ ราวกับว่าการเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตนั้นไม่เพียงพอ หากเราไม่ได้ทำประโยชน์หรือมีประสิทธิภาพตามบรรทัดฐานที่โลกวางไว้

เมื่อฉันได้ชมภาพยนตร์เรื่อง HUMAN RESOURCE ของพี่เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ฉันพบความย้อนแย้งที่น่าสนใจระหว่างคำสองคำที่ประกอบกันเป็นชื่อแผนกนี้ นั่นคือคำว่า Human และ Resource หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนรายงานการวิจัยที่บันทึกความผุพังของความเป็นมนุษย์ผ่านน้ำเสียงที่เรียบเฉย สิ่งที่น่าตกใจคือต่อให้คุณจะมีดวงตาที่มองเห็นชัดเจนเพียงใด ในโลกของเฟรน เราทุกคนกลับมีสถานะไม่ต่างกัน คือการพยายามประคับประคองให้คำว่า Resource ในตัวเราดูดีพอที่ระบบจะยอมรับ จนบางครั้งเราเผลอหลงลืมที่จะดูแลส่วนที่เป็น Human ไปอย่างน่าเสียดาย

.

จริงๆ แล้ว ฉันแอบหงุดหงิดที่เห็นตัวเองในตัวเฟรน ผู้หญิงที่เป็นกลไกชั้นดีของระบบ เธอสยบยอมต่อวงจรนั้นโดยไร้ข้อขัดขืนและไหลตามน้ำไปเพียงเพื่อรักษาความปกติสุขเอาไว้ จนกระทั่งวันที่เธอพบว่ากำลังจะมีชีวิตใหม่กำเนิดขึ้นในครรภ์ ความย้อนแย้งที่แสนเจ็บปวดก็ปรากฏชัด เมื่อเธอต้องตั้งคำถามว่าเด็กคนนี้ พนักงานใหม่คนล่าสุดของโลก ควรจะได้รับการต้อนรับสู่โลกที่ให้ความสำคัญกับคำว่าทรัพยากรมากกว่าความเป็นคนแบบที่แม่ของเขากำลังเป็นอยู่จริงหรือ เรากำลังส่งต่อโลกแบบไหนให้คนรุ่นถัดไป โลกที่เขาสามารถภูมิใจเพียงเพราะเขาได้เกิดมา หรือโลกที่เขาต้องดั้นด้นพิสูจน์ความคุ้มค่าของการมีชีวิตอยู่ไปจนวันสุดท้าย

.

หนังเรื่องนี้ชวนให้เราตระหนักถึงสมดุลที่พังทลายลงผ่านภาวะสยบยอมของเฟรน สภาวะที่เรายอมให้คำว่า Resource กลืนกินคำว่า Human ไปจนเกือบหมดสิ้น เราดิ้นรนจะเป็นทรัพยากรที่ทรงประสิทธิภาพตามบรรทัดฐานของโลก จนหลงลืมว่าเรามีสิทธิ์ที่จะรู้สึก มีสิทธิ์ที่จะเหนื่อย หรือแม้แต่มีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นด้วยกับวงจรที่กำลังดำเนินอยู่

.

สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดจากการได้ดูหนังเรื่องนี้ คือเมื่อฉันได้กลับมาพิจารณาสัญญาจ้างชีวิตของตัวเองดูอีกครั้ง ว่าในวินาทีที่เราให้น้ำหนักกับคำว่า Resource จนกลบความเป็น Human ในตัวเราและคนอื่นไปจนหมดสิ้น เมื่อนั้นเรากำลังสูญเสียสาระสำคัญของการมีชีวิตอยู่ไปหรือไม่ โลกอาจเป็นระบบที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ที่ยากจะเปลี่ยน แต่ฉันหวังว่าเราจะยังหลงเหลือพื้นที่เล็กๆ ให้กับศักดิ์ศรีที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ พื้นที่ที่เราจะไม่เป็นเฟรนที่น่าหงุดหงิดและลืมความเป็นคนของตัวเองเพียงเพราะมันคือเรื่องปกติอีกต่อไป

.

สำหรับเพื่อนตาบอด พนักงานใหม่ โปรดรับไว้พิจารณา มีเสียงบรรยายภาพผ่านแอปพลิเคชัน PANNANA ซึ่งช่วยให้ดูหนังเรื่องนี้รู้เรื่องได้มากๆ เพราะหนังเงียบเกือบตลอดเรื่องค่ะ :D

#HumanResourceMovie #พนักงานใหม่โปรดรับไว้พิจารณา #lspiration #ไดแอลรี #pannana

2/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนตาบอดหรือผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ การถูกมองในฐานะ "ทรัพยากร" ของสังคมมักมาพร้อมกับเงื่อนไขและข้อจำกัดที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ บางครั้งเหมือนกับว่าความสามารถในการทำงานหรือประสิทธิภาพของเราถูกนำมาตัดสินคุณค่าในฐานะมนุษย์ การรับชมภาพยนตร์ HUMAN RESOURCE ให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เราเผชิญในระบบสังคมนี้ได้อย่างชัดเจน ผมจำได้ว่าในบางช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับสังคมภายนอก ผมต้องพยายามอย่างมากที่จะพิสูจน์ตัวเองให้เหมือนคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าผมยังมีคุณค่าและศักยภาพที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้ แม้ว่าจะต้องใช้วิธีการหรือเครื่องมือช่วยเหลือพิเศษก็ตาม ซึ่งก็เป็นเรื่องหนักใจและกดดันไม่น้อย การพูดถึงคำว่า "ทรัพยากร" กับ "มนุษย์" จึงเป็นหัวข้อที่สำคัญมากเพราะในสังคมบางครั้งเราถูกลดทอนความเป็นมนุษย์เหลือแค่เพียงประสิทธิผลหรือการตอบสนองตามมาตรฐานของความสามารถที่คาดหวัง สิ่งนี้ทำให้หลายคนโดยเฉพาะผู้พิการอย่างเรา รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบที่ต้องหมุนตามกฎ แต่ไม่ได้รับการยอมรับในสิทธิมนุษยชน หรือความรู้สึกที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ อีกเรื่องที่ผมอยากจะเสริมคือบทบาทของเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันช่วยเหลือต่างๆ อย่าง PANNANA ที่ช่วยทำให้ผู้บกพร่องทางสายตาเข้าถึงสื่อและรับชมภาพยนตร์ได้สะดวกขึ้น ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและจำเป็น เพราะมันช่วยเปิดโอกาสให้เราสามารถเข้าใจศิลปะและสังคมได้เหมือนคนทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างพื้นที่ให้ผมและคนในชุมชนแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงแค่ "พนักงานใหม่" หรือ "ทรัพยากร" ในระบบเท่านั้น สุดท้ายนี้ ผมอยากให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้คุณค่าแก่ผู้คนบนฐานะที่เป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นคนตาบอดหรือไม่ก็ตาม เพราะทุกชีวิตต่างก็สมควรได้รับสิทธิและศักดิ์ศรีในการมีตัวตนอย่างเท่าเทียมกัน และหวังว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์มากกว่าทรัพยากรหรือประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว