บนเส้นทางของการเติบโต เราทุกคนล้วนเคยเดินผ่านจุดตัดของความสงสัย...

จะเรียนไปทำไม? จะเรียนอย่างไร? จะเรียนอะไร? และจะไปเรียนที่ไหน?

คำถามเหล่านี้ เปรียบไปก็คงเหมือนหยาดฝนที่ร่วงหล่นลงบนผืนดิน หากเราเป็นผู้ตั้งคำถามกับตัวเอง มันคือน้ำชโลมใจที่กระตุ้นให้เมล็ดพันธุ์แห่งความฝันงอกงาม

.

ทว่า... เมื่อไหร่ก็ตามที่หยาดฝนนั้นกลายเป็นคำถามจากผู้คนรอบข้าง อุณหภูมิของมันกลับเย็นเยียบและเปลี่ยนไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนตาบอด บ่อยครั้ง คำถามเหล่านี้มักถูกห่อหุ้มมาด้วยความหวังดีและรอยยิ้มแห่งความห่วงใย ทว่าในซอกหลืบของน้ำเสียง ลึกๆ แล้วเราต่างสัมผัสได้ถึงรอยร้าวของความไม่มั่นใจในศักยภาพ... และหลายครั้งเหลือเกิน ที่แรงสั่นสะเทือนจากความไม่เชื่อมั่นเหล่านั้น ก็รุนแรงพอที่จะทำให้ความตั้งใจอันแน่วแน่ของใครสักคนต้องสั่นคลอน

.

ในงาน Open House ของโรงเรียนสันติราษฎร์ที่ผ่านมา ฉันและพี่ๆ ตาบอดอีกสองคน ได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมตามคำชักชวนอันแสนอบอุ่นของเพจ 'เด็กพิการเรียนไหนดี' พื้นที่เล็กๆ ที่คอยให้คำปรึกษาด้านการศึกษาของคนพิการ ในโปรเจกต์ 'ชวนครุย' ที่ชวนนักเรียนพิการชั้นมัธยมมาล้อมวงคุยเรื่องการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

.

ท่ามกลางวงสนทนาที่โอบล้อมไปด้วยความกระตือรือร้นของน้องๆ ตาบอด แวบหนึ่ง... ความทรงจำในวันวานของฉันก็ค่อยๆ ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

เรื่องราวของเด็กคนหนึ่งและเพื่อนๆ อีกหลายคน ที่ต้องคอยอธิบายตัวตน วิธีการใช้ชีวิต และวิธีการเรียนรู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้กับทั้งคนที่เพียงแค่เดินผ่านมาสงสัย ไปจนถึงคนที่มีกุญแจสำหรับเปิดหรือปิดประตูโอกาสของเรา

.

ฉันเคยนึกขอบคุณประสบการณ์ที่ผ่านมาอยู่บ้าง ที่คำถามที่ฉันมักได้รับ มีเพียง "เรียนอย่างไร" และ "เรียนที่ไหน" เพราะหากวันใดมีใครสักคนตั้งคำถามที่กรีดลึกลงไปว่า "จะเรียนไปทำไม" ฉันเองก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่า... จะร้องไห้ ด่ากราด หรือเพียงแค่นิ่งเงียบไม่ตอบโต้

การตั้งคำถามไม่ใช่เรื่องผิด หากมันนำไปสู่การเปิดใจเรียนรู้และเตรียมความพร้อมเพื่ออ้าแขนรับ เราย่อมยินดีที่จะตอบด้วยความยินดี แต่หากมันเป็นเพียงการตั้งคำถามเพื่อค้นหาเหตุผลในการผลักไสหรือปฏิเสธ มันก็คงสร้างรอยแผลในใจคนตอบไปไม่ใช่น้อย

.

ทว่า บรรยากาศในห้องประชุมเล็กๆ วันนั้นกลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป...

การที่ทางโรงเรียนตั้งใจชวนเพจ "เด็กพิการเรียนไหนดี" ให้มาร่วมงาน เป็นดั่งแสงสว่างสายหนึ่งที่งดงามเหลือเกิน พวกเขากำลังบอกเราว่า ตัวตนของเด็กพิการมีอยู่จริงและมีความหมาย

.

สำหรับฉัน... การได้ชวนพูดคุยเพื่อให้น้องๆ ได้ตกตะกอนความคิด และค่อยๆ คลายปมความกังวลที่ค้างคาอยู่ในใจของเด็กเพียงแค่คนเดียว นั่นก็ถือเป็นรางวัลที่คุ้มค่าที่สุดของการเดินทางมาในวันนี้แล้ว

.

เหตุการณ์ในวันนั้นแอบจุดประกายความหวังขึ้นในใจฉัน หากสถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ยอมเปิดพื้นที่และเปิดหัวใจให้กว้างขวางเช่นนี้ ภาระในการตั้งคำถามด้วยความคลางแคลงใจต่อเด็กพิการ คงค่อยๆ ละลายหายไปจากสังคม

และในวันหนึ่ง... เมล็ดพันธุ์แห่งความฝันที่เคยถูกตั้งคำถาม คงได้ผลิบานอย่างงดงาม พร้อมกับคำถามที่แสนจะอบอุ่นและโอบรับว่า…

.

"มีอะไรที่เราพอจะสนับสนุน และเดินเคียงข้างพวกคุณไปได้บ้าง"

.

ขอขอบคุณ @เด็กพิการเรียนไหนดี ที่ชวน L Spiration ไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวงสนทนาที่มีความหมาย

.

#Lspiration #การศึกษาไทย #คนพิการ #เด็กพิการเรียนไหนดี

2/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ฟังเรื่องราวของเด็กพิการที่เข้าร่วมกิจกรรม "ชวนครุย" นั้น ผมเองรู้สึกประทับใจที่เห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปบนเส้นทางการศึกษา แม้จะมีอุปสรรคและคำถามที่ท้าทายเข้ามา บางครั้งคำถามเหล่านั้นเต็มไปด้วยความสงสัยที่มาจากความไม่เข้าใจ หรือความกังวลเกี่ยวกับศักยภาพของเด็กพิการ ซึ่งทำให้เกิดแรงกดดันและความไม่มั่นใจในตัวเอง การที่มีพื้นที่เช่นเพจ "เด็กพิการเรียนไหนดี" ที่คอยให้คำปรึกษาและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กพิการ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงบรรยากาศความเข้าใจในสังคมได้อย่างมาก ผมเห็นว่า การที่สถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัยได้เปิดโอกาสและหัวใจรับฟัง พร้อมจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กพิการ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา ไม่เพียงแต่จะช่วยคลายความกังวลและปัญหาด้านการเรียนการสอน แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจให้เด็กได้เติบโตอย่างมีคุณค่า ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเรื่องราวและความเข้าใจแบบนี้ถูกขยายออกไปในวงกว้าง ทั้งสังคมจะได้เรียนรู้และยอมรับในความสามารถของเด็กพิการมากขึ้น และลดช่องว่างของโอกาสที่เคยมี โดยส่วนตัว ผมเห็นว่าความตั้งใจของกิจกรรมนี้คือการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความฝันให้เติบโต แม้จะได้รับคำถามเชิงสงสัยมาก็ตาม เพราะสิ่งสำคัญที่เด็กพิการและผู้สนับสนุนต้องการ คือความเข้าใจและการเดินเคียงข้างอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่คำถามที่ใช้ตัดสิน แต่เป็นการถามที่เปิดโอกาสให้หาทางแก้ไขและสร้างสรรค์ร่วมกัน ด้วยความอ่อนโยนและความจริงใจ ซึ่งจะทำให้ทุกคนในสังคมเห็นคุณค่าและศักยภาพของเด็ก ๆ เหล่านี้อย่างแท้จริง