กรุงเทพยุคนี้มีอะไรให้คนพิการบ้าง?

เปิดโหมดอัปเดตแคมเปญผู้ว่าฯ กทม. รอบนี้ ถ้าเราลองกดเข้าไปที่เว็บหาเสียงทางการของชัช⁠ชาติ สิทธิ⁠พันธุ์ อย่าง teamchadchart.com แล้วกดคำว่า "คนพิการ" ตรงช่องค้นหา จะมีผลลัพธ์เด้งขึ้นมาทั้งหมด 8 หัวข้อถ้วน

.

เจาะ 8 นโยบายคนพิการฉบับทีมชัชชาติ: เมื่อเมืองที่น่าอยู่ ต้องอยู่ได้ทุกคนจริงๆ

.

1. ปลดล็อกระบบ (จากที่เคยรอ เปลี่ยนเป็นรุก)

ปัญหาใหญ่สุดของรัฐไทยไม่ใช่ไม่มีสวัสดิการ แต่คือความเข้าถึงยาก นโยบายหมวดนี้เลยเน้นไปที่การทลายตึกราชการแล้วย้ายสิทธิมาไว้บนหน้าจอมือถือและหน้าบ้าน

.

ดึงนิติบุคคลคอนโดฯ/หมู่บ้าน มาร่วมดูแล: ปกติ กทม. มีอาสาสมัคร (อสส.) คอยดูแลคนพิการตามชุมชนอยู่แล้ว แต่ดันครอบคลุมแค่ชุมชนเก่าที่จดทะเบียน (ประมาณ 1 ล้านคน) ส่วนคนที่อยู่คอนโดหรือหมู่บ้านจัดสรรคือตกหล่น นโยบายนี้จะแก้ระเบียบดึง ‘นิติบุคคล’ ของที่อยู่อาศัยยุคใหม่เข้ามาร่วมสแกนและส่งต่อความช่วยเหลือด้วย

.

One-Stop Service เช็กสิทธิที่เขตและออนไลน์: เลิกเดินสายส่งเอกสารหลายตึก ยกระดับศูนย์ทำบัตรคนพิการเดิมให้กลายเป็น ‘ศูนย์ตรวจสอบสิทธิครบวงจร’ ลิงก์ฐานข้อมูลกับกระทรวง พม. เช็กสิทธิ ยื่นเรื่อง นัดหมาย จบในที่เดียวผ่านออนไลน์ ส่วนใครเดินทางลำบาก จะมีทีมเชิงรุกเดินไปหาถึงเตียง

.

2. ปากท้องและการศึกษา (เรียนให้สุด ทำงานให้รอด)

สถิติน่าตกใจคือ คนพิการในกรุงเทพฯ เกือบครึ่งหนึ่งจบแค่ชั้นประถม และมีแค่ 1.6% เท่านั้นที่ได้เรียนจบปริญญาตรี ปัญหามันเริ่มจากตรงไหน และจะแก้อย่างไร?

[ สถิติการศึกษาคนพิการใน กทม. ]

จบประถมศึกษา ■■■■■■■■■■ เกือบ 50%

จบมัธยมศึกษา ■■■ 17.4%

.

ขยายโรงเรียนมัธยมเรียนร่วม (ตั้งเป้าเพิ่มเด็กเข้าสู่ระบบ 1,500 คน): โรงเรียนที่รับเด็กพิเศษของ กทม. ส่วนใหญ่รองรับแค่ชั้นประถม พอจะเข้ามัธยมปลายเหลือโรงเรียนรองรับแค่ 4 แห่งทั่วกรุง! เด็กเลยต้องหลุดออกจากระบบ นโยบายนี้จะเพิ่มโรงเรียนมัธยมเรียนร่วมให้ครบทุกพื้นที่ และใช้แผนการเรียนเฉพาะบุคคล (IEP) เข้ามาช่วย

.

ปักหมุดจ้างงาน 1,000 ตำแหน่ง: ปัจจุบัน กทม. จ้างงานคนพิการไปแล้ว 411 คน แผนต่อไปคือยกระดับเป็นศูนย์กลางการจ้างงานร่วมกับเอกชน โดยทำระบบคลังทักษะ (Talent Pool) และจัดระบบพี่เลี้ยงเพื่อลดอัตราการลาออก

.

โครงการ Bangkok for All (ให้คนพิการมาตรวจรับฟุตบาท): นโยบายนี้ค่อนข้างแฟร์ คือก่อน กทม. จะเซ็นรับมอบทางเท้า ทางเดิน หรือทางม้าลายจากผู้รับเหมา จะเชิญเครือข่ายคนพิการมาเดินทดลองใช้จริงก่อน เพื่อดูว่าทางลาดมัน ‘ลาดจริง’ หรือ ‘ลาดชันจนคว่ำมา

.

3. การเดินทางและความปลอดภัย (ชีวิตประจำวันและเหตุฉุกเฉิน)

รถรับส่งไปโรงพยาบาลฟรี (เพิ่มเป็น 1,000 เที่ยว/ปี): การพาวีลแชร์ขึ้นรถสาธารณะไปล้างไตหรือทำกายภาพคือมหากาพย์ เดิมที กทม. มีรถบริการอยู่แต่รองรับได้แค่ 500 เที่ยวต่อปี (ซึ่งน้อยมาก) รอบนี้จะแท็กทีมเอกชนเบิ้ลโควตาเป็น 1,000 เที่ยว พร้อมทำระบบจองกลาง

.

เมืองแห่งความเท่าเทียม (DEI City): เอาหลักความหลากหลาย (เพศ วัย อายุ ความพิการ) มาใช้คำนวณงบประมาณและการออกแบบพื้นที่สาธารณะ

.

ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวและก๊าซพิษ: ติดเซนเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวในโรงพยาบาล, ลิงก์ระบบ Early Warning สั่งหยุดรถไฟฟ้า BTS/MRT ทันทีเมื่อเกิดเหตุอันตราย และทำแผนอพยพที่มีศูนย์พักพิงรองรับคนพิการทุกเขต

.

🛠️ Fact Check: แล้วที่ผ่านมาทำอะไรไปแล้วบ้าง?

นอกจากแผนในอนาคต ในหน้าเว็บมีการสรุปผลงานที่เคลมว่าทำสำเร็จไปแล้วบางส่วน เพื่อให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ

รถรับส่งคนพิการ: บริการรับส่งไปโรงพยาบาล/สถานศึกษาไปแล้ว 1,344 คน (รวม 5,192 ครั้ง)

โรงเรียนเรียนร่วม: ขยายเพิ่มเป็น 165 แห่ง อบรมครูไปแล้ว 877 คน จุดสำคัญคือ เด็กพิเศษเข้าเรียนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอใบรับรองแพทย์

Traffy Fondue & 1555 รองรับภาษามือ: อัปเกรดระบบแชทเรียลไทม์และมีล่ามภาษามือออนไลน์คอยช่วยรับเรื่องร้องเรียนสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน

.

ท้ายที่สุดแล้ว นโยบายทั้งหมดนี้จะสัมฤทธิ์ผลจริงไหม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามของตัวเลขในแผนงาน แต่ขึ้นอยู่กับการนำไปปฏิบัติจริง การตรวจรับงานที่เข้มงวด และการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส เพราะ "เมืองที่น่าอยู่สำหรับคนพิการ" จะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อระบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองมันใช้งานได้จริงสำหรับทุกคน โดยไม่มีใครต้องร้องขอเป็นกรณีพิเศษ

.

#lspiration #ไดแอลรี่ #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #ชัชชาติ

5/29 แก้ไขเป็น