Automatically translated.View original post

Compare pala primer

5/25 Edited to

... Read moreใครที่กำลังหา “รองพื้น Pala” แล้วลังเลเรื่องสี เราเข้าใจมาก ๆ เพราะรองพื้นถ้าเลือกเฉดพลาดคือหน้าลอย/หมองได้เลย โพสต์นี้เลยขอเสริมทริคการ “เทียบสีรองพื้น Pala D Foundation” ให้เลือกง่ายขึ้นแบบจากประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ 1) เช็กโทนผิวก่อนเลือกเฉด - โทนเหลือง (Warm): เส้นเลือดดูออกเขียว ๆ ใส่ทองแล้วรอด ส่วนใหญ่จะเหมาะกับเฉดที่มีคำว่า Yellow/Warm หรือเฉดที่ไม่ชมพู - โทนชมพู (Cool): เส้นเลือดออกน้ำเงิน/ม่วง ใส่เงินแล้วขึ้น เลือกเฉดที่อมชมพูจะกลืนกว่า - โทนกลาง (Neutral): ได้ทั้งทองและเงิน เลือกเฉดกลาง ๆ จะปลอดภัย ทริคของเราคือดูทั้ง “คอ” กับ “หน้า” คู่กัน เพราะบางคนหน้าขาวกว่าคอ ถ้าเลือกตามหน้าอย่างเดียวอาจลอยค่ะ 2) วิธีเทียบสีให้แม่น (แนะนำทำก่อนตัดสินใจ) - ปาดรองพื้น 2–3 เฉดที่คิดว่าใช่ บริเวณ “กรอบหน้าใกล้แนวกราม” ลากลงมาถึงคอเล็กน้อย - รอให้เซ็ตตัว 5–10 นาที เพราะรองพื้นบางสูตรจะดรอปหรือเข้มขึ้นหลังแห้ง - เช็กในแสงธรรมชาติ (ใกล้หน้าต่าง/กลางวัน) จะเห็นสีจริงสุด 3) ฟินิชและเนื้อของ Pala D Foundation ที่ควรรู้ก่อนเลือก จากที่ลองแต่งจริง เราว่าตัวนี้ให้ผิวค่อนข้างเนียนและดูเป็นงานผิว (ขึ้นกับการเซ็ตแป้ง) ถ้าชอบผิวสวยแบบไม่หนา แนะนำลงบาง ๆ ก่อนแล้วค่อยบิ้วเพิ่มเฉพาะจุด จะคุมความหนาได้ดีและไม่เป็นคราบง่ายค่ะ 4) ทริคให้รองพื้นติดทนและไม่เป็นคราบ - ผิวมัน: ลงสกินแคร์ให้บาง รอซึม แล้วใช้ไพรเมอร์คุมมันเฉพาะทีโซน - ผิวแห้ง: เติมความชุ่มชื้นก่อน (มอยส์เจอไรเซอร์/กันแดดที่ชุ่ม) แล้วค่อยลงรองพื้นด้วยฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ จะสวยมาก - เซ็ตแป้ง: กดแป้งเบา ๆ เฉพาะจุดที่มันง่าย แล้วค่อยฉีดสเปรย์ล็อกเมคอัพ 5) ถ้าสั่งออนไลน์แล้วกลัวสีไม่ตรง เราแนะนำให้ดูรีวิว “เทียบสี” หลาย ๆ ผิว และพยายามหารีวิวที่มีโทนผิวใกล้ตัวเรา (เหลือง/ชมพู/กลาง) รวมถึงดูภาพในแสงธรรมชาติ จะช่วยลดความพลาดได้เยอะค่ะ หวังว่าเทคนิคเทียบสีรองพื้น Pala และวิธีลองเฉดแบบนี้จะช่วยให้เลือก Pala D Foundation ได้ตรงผิวขึ้นนะคะ ถ้าใครมีโทนผิวแบบไหน ลองบอกได้ เดี๋ยวเราช่วยแนะนำแนวทางเลือกเฉดให้ค่ะ