ปวดด้านในข้อศอกไปฉีดสเตียรอยด์ จนได้ผ่า 💪🏻🤕

-ขอเกริ่นก่อนว่า เราทำงานที่มีการใช้ข้อมือตลอดเวลาโดยใช้ท่าซ้ำๆด้วยการกระดกข้อมือ

-ทำงานมาได้เกือบ4ปี เริ่มมีอาการปวดด้านในข้อศอก

-ก็ไม่ได้คิดอะไรคิดว่าก็น่าจะหายหลังหลังเริ่มปวดหนักขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัวว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

-ประกอบกับว่าตอนนั้นไม่มีเวลาที่จะไปหาหมอที่โรงพยาบาลจึงไป คลินิกเกี่ยวกับกระดูกแถวบ้าน

-หมอแนะนำว่ามีวิธีรักษา2วิธี

1. ฉายแสงลดการอักเสบ

2. ฉีดยาแก้ปวดก็คือตัวสเตียรอยด์

จึงบอกหมอว่าแนะนำตัวที่ดีที่สุด

จึงได้ฉีดยา

* หลังฉีดมีอาการแพ้ตัวสเตียรอยด์เป็นตุ่ม ผื่นขึ้น ผิวโดยรอบบริเวณที่ฉีดลอกและเป็นรอยไหม้ ก็เลยทาครีมบำรุงไปหลังฉีดหลายวันก็เริ่มปวดลดลง หายปวดได้ประมาณสามเดือนก็ใช้งานปกติโดยที่ไม่ได้ระวังอะไร เพราะคิดว่าฉีดยาแล้วหายจริงๆหมอนัดแต่ว่าไม่มีเวลาไป

* ตั้งหลังเริ่มหนักจึงไปกายภาพรองกายภาพแล้วรู้สึกบริเวณที่ปวดอักเสบขึ้นปวดตลอดเวลาเลยตัดสินใจหาเวลาไปโรงบาล

* หมอทำการ mri เห็นว่าเส้นเอ็นฉีกขาด จึงทำการนัดผ่าตอนนั้นเลยได้คิวไวมากที่ รพ รามา พรีเมี่ยม คุณหมอบอกว่าจำเป็นต้องผ่าเพราะว่าจะได้ใช้งานได้ปกติ

* ระหว่างเราพาดูแขนตัวเองรู้สึกเหมือนแกว่งรอยเหมือนคนแขนหัก ปวดตลอดเวลาแต่ก็ยังต้องทำงานอยู่อาศัยว่ากระโดดข้อมือแล้วก็ปล่อยไม่เหมือนเมื่อก่อนไม่เกร็งข้อมือ อาการอักเสบจากการทำกายภาพก็ดูลดลง

* วันหมอใช้วิธีดมยาสลบเป็นการผ่าแบบส่องกล้องแผลเล็กนิดเดียวพักฟื้น3 สัปดาห์

*** ผ่านไป3เดือนจะมาอัปเดตอีกครั้งว่าหลังผ่าสามารถใช้งานได้ปกติไหม

💰ราคา:110,000-200,000

#เอ็นข้อศอกอักเสบ #tenniselbow #เอ็นขาด #ฉีดสเตียรอยด์ #สุขภาพ

4/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากมีอาการปวดด้านในข้อศอกจากการใช้งานข้อมือซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือกิจวัตรประจำวัน หลายคนอาจจะเลือกรักษาด้วยวิธีฉีดสเตียรอยด์เพื่อลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวด แต่ประสบการณ์จริงหลายคนมักเจอผลข้างเคียง เช่น ผื่น ลอก หรือรอยไหม้บริเวณที่ฉีด รวมทั้งอาการปวดอาจกลับมาอีกหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง สิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิด หากอาการปวดไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด เช่น การทำ MRI เพื่อประเมินสภาพเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณข้อศอก ซึ่งในบางกรณีที่เส้นเอ็นฉีกขาดอาจต้องได้รับการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อฟื้นฟูการใช้งาน โดยขั้นตอนการผ่าตัดในปัจจุบันจะมีแผลเล็ก พักฟื้นไม่นาน เพียง 3 สัปดาห์ก็สามารถเริ่มทำกิจกรรมเบาๆ ได้ ส่วนตัวแล้ว การเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดความกังวลระหว่างการผ่าตัด เช่น การใช้วิธีดมยาสลบและฉีดยาชาเส้นประสาทร่วมกัน รวมถึงการดูแลอย่างใกล้ชิดช่วงฟื้นฟูหลังผ่าตัด เช่น การใส่สลิงคล้องคอเพื่อประคองแขน ช่วยลดแรงกดบริเวณแผลและส่งเสริมการหายของเอ็น ท้ายที่สุดการรักษาอาการปวดข้อศอกจำเป็นต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และไม่ควรละเลยการฟื้นฟูร่างกายด้วยกายภาพบำบัดเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงหลังผ่าตัด หรือในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก็สามารถช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บซ้ำได้มากทีเดียว นอกจากนี้ ผู้ที่มีลักษณะงานหรือกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมือซ้ำๆ ควรหาเวลาพักผ่อนและยืดเหยียดมือข้อศอกเพื่อป้องกันปัญหาเรื้อรัง ลดความเสี่ยงของการเกิดอาการเอ็นอักเสบและฉีกขาดได้ในระยะยาว