Ep.2 คืนรถยังไงไม่ให้เสียค่าส่วนต่าง🚗

คลิปนี้จะพูดในประเด็นของการสู้คดีในฐานผู้เช่าซื้อนะคะ

⚖️ซึ่งตามคำพิพากษาที่ยกตัวอย่างในคลิป จะเป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 (ผู้เช่าซื้อ) สู้คดีตาม ปพพ.มาตรา 391 วรรคหนึ่ง คือการที่จำเลยที่ 1 ค้างค่างวด แล้วโจทก์มีการยึดรถไปก่อนจะบอกเลิกสัญญา และจำเลยที่ 1 ไม่ได้คัดค้าน จึงถือเป็นการเลิกสัญญาโดยปริยาย

💔เมื่อสัญญาเลิกกัน คู่สัญญาจึงไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาอีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสองชำระค่าขาดราคาได้นั่นเอง

💬ปรึกษา แอดไลน์ @lawyer.rap (มี@) นะคะ

#ภารกิจปั้นครีเอเตอร์ไฟแรง #ทนายแร๊ป #บริษัทเวอริเดียนลอว์จำกัด #ทนายชลบุรี

7/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการจัดการคืนรถในสัญญาเช่าซื้อ หากผู้เช่ารู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้อง จะช่วยป้องกันไม่ให้ต้องเสียค่าส่วนต่างที่ไม่เป็นธรรม หลักปฏิบัติที่สำคัญคือเมื่อมีการค้างชำระและถูกยึดรถก่อนที่จะบอกเลิกสัญญา หากผู้เช่าไม่คัดค้าน การเลิกสัญญาจะถือเป็นโดยปริยาย ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 ฝ่ายที่เลิกสัญญาจะต้องคืนคู่สัญญาในฐานะที่เป็นอยู่เดิม นั่นหมายความว่าผู้เช่าไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าขาดประโยชน์เพิ่มเติมจากที่ตกลง จึงควรตั้งใจติดตามการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่หรือบริษัทที่ให้เช่าซื้อ เพื่อเตรียมเอกสารและดำเนินการอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ เมื่อได้รับแจ้งว่ารถถูกยึด ควรรีบตรวจสอบรายละเอียดการยึดรถและสถานะทางกฎหมายของสัญญา หากไม่มีการบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการและไม่ได้คัดค้านผู้ยึดรถ อาจเสียสิทธิในทางกฎหมายได้ง่ายๆ การเข้าใจว่า "การเลิกสัญญาโดยปริยาย" หมายถึงอะไร จะช่วยให้ผู้เช่ารู้ว่าควรแสดงออกหรือคัดค้านอย่างไรเพื่อรักษาสิทธิของตนเองได้อย่างเหมาะสม สุดท้าย การปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หรือติดต่อทนายความที่มีความชำนาญในคดีเช่าซื้อ เช่น ทนายแร๊ป จะทำให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและช่วยต่อสู้คดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อให้การคืนรถเป็นไปอย่างราบรื่นและปกป้องสิทธิของผู้เช่าอย่างแท้จริง