Automatically translated.View original post

Why is health insurance "all baht" going to close the sale?

"All baht paid health insurance

Is

A model that transfers treatment risk to almost all companies. "

.

In the past,

✅ doctor.

✅ treatment technology.

✅ private hospital standards.

Increases are much faster than past premium calculations.

❗ what insurers have to do.

The company therefore needed to

✅ risk restructuring.

Spread some of the cost burden back to the insured.

So that the system is still sustainable in the long run.

🌟 the result is

👉 The new plan will have "Co-Payment" in its place.

So why is every baht plan so valuable?

Because

♥️ don't worry about the cost per time of treatment.

♥️ decided to treat from "doctor standards," not "costs."

♥️ suits those who want the certainty of cash flow.

👉, which is what the new plan is harder to get. 👈

"# Every baht paid plan has not been cancelled because it is not good

But because it's a high-coverage plan,

So that it is inconsistent with the future cost structure. "

✨ "If it exists, it's a premium lock.

If not, this is a moment to be seriously considered. "

1/9 Edited to

... Read moreหลายคนคงสงสัยว่าทำไม AIA ถึงตัดสินใจปิดการขายประกันสุขภาพเหมาจ่ายทุกบาทที่เคยได้รับความนิยมสูง สิ่งที่ผมพบและอยากแบ่งปันคือ ด้วยสภาพแวดล้อมด้านค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เปลี่ยนไป เช่น ค่ารักษาที่สูงขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ และมาตรฐานโรงพยาบาลเอกชนที่ดีขึ้นมาก ทางบริษัทจำเป็นต้องปรับรูปแบบประกันให้มีการร่วมจ่าย (Co-Payment) เพื่อกระจายความเสี่ยงไม่ให้ภาระตกอยู่กับบริษัทเพียงฝ่ายเดียว การมีแผนเหมาจ่ายทุกบาทนั้นเหมือนการล็อกสิทธิ์ระดับพรีเมียมที่ให้ความอุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาต่อครั้ง แต่เมื่อต้นทุนเริ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด บริษัทต้องหาวิธีรักษาเสถียรภาพธุรกิจและความเป็นธรรมในระยะยาว การร่วมจ่ายเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ระบบประกันสุขภาพยังดำเนินต่อได้อย่างยั่งยืน ในมุมมองของผู้เอาประกัน หากคุณมีแผนเหมาจ่ายทุกบาทอยู่แล้ว ถือเป็นข้อได้เปรียบเรื่องความคุ้มครองที่แน่นอน แต่สำหรับคนที่กำลังมองหาประกันสุขภาพใหม่ในช่วงนี้ ควรศึกษารูปแบบแผนใหม่ที่เพิ่มระบบร่วมจ่ายอย่างรอบคอบ และเช็คเงื่อนไขข้อยกเว้นอย่างละเอียด นอกจากนี้ ผมแนะนำให้เตรียมเอกสารอย่างเช่นบัตรประชาชน และทำความเข้าใจรายละเอียดการส่งคำขอสมัคร เนื่องจากบริษัทได้ประกาศวันสิ้นสุดรับคำขอสำหรับแผนเก่าแล้ว (31 มีนาคม 2569) เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ดีๆ ควรรีบประเมินความต้องการและเลือกแผนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของตัวเอง สุดท้ายนี้ การเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในแวดวงประกันสุขภาพ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดความกังวลเมื่อต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในอนาคตจริงๆ