5 อันดับปลาไทยที่มีโอเมก้า 3 สูงที่สุด!
5 อันดับปลาไทยที่มีโอเมก้า 3 สูงที่สุด!
ที่มา: รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
หมายเหตุ: ปริมาณแปรผันตามฤดูการ ตำแหน่ง และวิธีการเลี้ยง/จับ
ถ้าคุณกำลังเสิร์ชว่า “ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง” แล้วไม่รู้จะเริ่มจากปลาชนิดไหน ฉันใช้วิธีดู 2 อย่างควบคู่กันคือ (1) เลือกปลาที่ติดอันดับโอเมก้า 3 สูงอย่างที่หลายแหล่งสรุปไว้ (เช่น ปลาสวาย ปลาทู ปลาช่อน ปลาอินทรีย์ และปลาน้ำดอกไม้) และ (2) เลือกวิธีทำอาหารให้ไม่ทำลายคุณค่ามากเกินไปค่ะ สิ่งที่ฉันสังเกตจากการกินปลาเพื่อหวังโอเมก้า 3 คือ “ปริมาณจริง” มักขึ้นกับฤดูกาล แหล่งเลี้ยง/แหล่งจับ และส่วนที่เรากินด้วย เช่น ปลาทะเลกับปลาน้ำจืดคนละแหล่ง ไขมันในตัวปลาก็ต่างกัน หรือบางช่วงปลามันกว่าเดิม ทำให้ได้โอเมก้า 3 มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นถ้ากินเป็นประจำแบบสม่ำเสมอ จะได้ผลดีกว่าพยายามกินเยอะๆ ครั้งเดียว สำหรับการเลือกซื้อ ฉันจะดูความสดก่อนเป็นอันดับแรก เพราะถ้าปลาไม่สด กลิ่นคาวจะทำให้เรากินได้น้อยลงและล้มเลิกง่ายๆ ทริคที่ใช้บ่อยคือดูตาใส เหงือกแดง เนื้อเด้ง และไม่มีกลิ่นฉุนแรง ถ้าเป็นปลาอินทรีย์หรือปลาทูแบบแช่แข็ง เลือกแพ็กที่น้ำแข็งไม่เกาะหนาเกินไป (เกาะหนามากบางทีแปลว่าเก็บนาน/ละลายแล้วแช่ซ้ำ) เรื่อง “ทำอาหารแบบไหนให้ได้โอเมก้า 3 คุ้มๆ” ฉันจะเน้น นึ่ง/ต้ม/ย่าง มากกว่าทอด เพราะการทอดน้ำมันเยอะทำให้พลังงานสูงขึ้น และบางทีรสชาติกลบจนกินปลาได้น้อยลง เมนูง่ายๆ ที่ทำบ่อยคือปลาทูนึ่งจิ้มน้ำพริก, ต้มยำปลาช่อน, หรือปลาอินทรีย์ย่างเกลือ แล้วเพิ่มผักและข้าวพอประมาณให้เป็นมื้อที่อิ่มนาน ถ้าถามว่าควรกินบ่อยแค่ไหน แบบที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ฉันตั้งเป้า “สัปดาห์ละ 2–3 มื้อ” เป็นปลา (สลับชนิด) จะรู้สึกว่าไม่กดดันและทำต่อเนื่องได้ ที่สำคัญคือสลับปลาให้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องกินชนิดเดิมตลอด เพราะทั้งเรื่องรสชาติ ราคา และความสะดวกในการหาแต่ละพื้นที่ต่างกัน สุดท้าย ถ้าคุณโฟกัสเรื่องหัวใจหรือสุขภาพโดยรวม โอเมก้า 3 เป็นตัวช่วยที่ดี แต่ฉันพบว่ามันเวิร์กที่สุดเมื่อมาคู่กับพฤติกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น ลดของทอด/หวานจัด ขยับตัวให้มากขึ้น และนอนให้พอ เลือกปลาไทยที่หาซื้อง่ายอย่างปลาทูหรือปลาสวาย แล้วทำเมนูบ้านๆ แบบนึ่งหรือต้ม เริ่มง่ายๆ แค่นี้ก็เข้าใกล้เป้าหมาย “กินปลาให้ได้โอเมก้า 3” มากขึ้นแล้วค่ะ