Graveyard Firefly is the best cartoon in the world.
Sakuma's Drops (1908) was born in World War II, you Sojiro Sakuma who sprinkled candy from a plane - and became the last hope in a red can sealed by Ghibli in the "Firefly Cemetery" for all eternity. 💔
.
The Sakuma Sayka Company was set up in 1908.
By a sweets maker
My name is Sojiro Sakuma.
He used to bring candy sprinkles.
Down from the plane between
During World War II,
For the People, who became the inspiration for Studio Ghibli, put his candy in the famous anime Firefly Cemetery, released in 1988, which also has a backdrop in the story during World War II, with the protagonist, an orphaned girl in the story, carrying a red can of Sakuma's Drops candy that became the only personal property she kept after her house was destroyed.
.
# Find something to eat # Firefly cemetery# greveofthefireflies # netflix # Candy
ถ้าพูดถึงอนิเมะที่ดูแล้ว “ค้างในใจ” นานที่สุด สำหรับเรา สุสานหิ่งห้อย (Grave of the Fireflies) คือเรื่องที่ไม่ใช่แค่เศร้า แต่เศร้าแบบเงียบๆ และสมจริงมาก จนหลังดูจบต้องนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ใครที่กำลังหา grave of the fireflies รีวิว หรืออยากรู้ว่าการ์ตูนสุสานหิ่งห้อยเล่าอะไร ทำไมคนถึงยกให้เป็นงานระดับตำนาน อันนี้คือมุมมองแบบคนดูทั่วไปที่อยากมาแชร์ค่ะ สิ่งที่ทำให้สุสานหิ่งห้อยบีบหัวใจ คือมันไม่ได้พยายามทำให้เราร้องไห้ด้วยฉากใหญ่ๆ ตลอดเวลา แต่ใช้รายละเอียดชีวิตประจำวันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตีแผ่ความจน ความหิว ความโดดเดี่ยว และศักดิ์ศรีของคนตัวเล็กๆ โดยเฉพาะ “เด็ก” ที่ไม่มีอำนาจเลือกอะไรเลย หลายฉากดูเหมือนเรียบๆ แต่พอมองย้อนกลับไปมันหนักมาก เพราะเรารู้ว่าทุกการตัดสินใจของตัวละครมันมาจากความจำเป็นล้วนๆ อีกอย่างที่คนพูดถึงเยอะ (และเราก็สะดุดเหมือนกัน) คือ “กระป๋องลูกอมสีแดง” Sakuma’s Drops ที่กลายเป็นสมบัติสำคัญในเรื่อง ตอนดูครั้งแรกเราก็คิดว่าเป็นพร็อพน่ารักๆ แต่พอรู้ที่มาจริงๆ มันยิ่งเจ็บ เพราะลูกอมนี้มีประวัติผูกกับยุคสงครามจริงๆ และภาพ “กระป๋องแดง” ในเรื่องมันแทบจะเป็นสัญลักษณ์ของความหวังสุดท้ายเลยก็ว่าได้—หวังว่าจะยังมีอะไรให้กิน หวังว่าวันพรุ่งนี้จะดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็หวังว่าจะยังพอปลอบใจตัวเองได้ด้วยรสหวานนิดๆ ถ้าใครกำลังลังเลว่าจะดูดีไหม ขอเตือนไว้แบบเพื่อนบอกเพื่อนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่อนิเมะดูเพลินๆ ก่อนนอน และไม่ใช่แนวดราม่าที่ร้องไห้แล้วโล่ง แต่เป็นความเศร้าที่ทำให้เรากลับไปคิดถึง “ความเป็นมนุษย์” เยอะมาก แนะนำให้เลือกวันที่สภาพจิตใจโอเค มีเวลาพักหลังดูจบ และถ้าดูบน Netflix หรือแพลตฟอร์มไหนก็ตาม ลองปิดมือถือแล้วตั้งใจดู จะยิ่งสัมผัสรายละเอียดได้เต็มๆ สุดท้าย ถ้าให้สรุปรีวิวสุสานหิ่งห้อยสั้นๆ สำหรับเรา: มันไม่ใช่การ์ตูนที่ “ดูสนุก” แต่เป็นการ์ตูนที่ “สำคัญ” และทำให้คำว่า Sakuma’s Drops ในกระป๋องสีแดง ไม่ใช่แค่ลูกอมอีกต่อไป แต่เป็นความทรงจำที่ติดอยู่กับเรื่องนี้ไปตลอด























































