Automatically translated.View original post

Diary vs journal is different?

Growing up with the word Diary, but after growing up, I turned to writing journals, actually, and wrote in a mixed way. In 1 page, the records started with Diary, the records, the memories, the eating, the traveling, the traveling.

But if there are some emotional issues, it is written as a journal, there is an analysis topic, find a parent, try to understand yourself, which is done for a long time, and actually see where we are often mired, 😅 can't solve it, but it is self-aware...That's enough.

# diary # journaling # MentalHealth # selfdevelopment # growthmindset

2025/12/5 Edited to

... Read moreถ้าให้สรุปแบบจำง่ายๆ จากที่เราเขียนมาสักพัก: “Diary = บันทึกเรื่องที่เกิดขึ้น” ส่วน “Journal = บันทึกสิ่งที่อยู่ข้างในเรา” ค่ะ หลายคนเลยค้นว่า journal แปลว่าอะไร/diary แปลว่าอะไร เพราะมันดูคล้ายกัน แต่จริงๆ ตั้งใจใช้คนละแบบ และเราเองก็ชอบใช้แบบผสมในหน้าเดียวด้วย ความหมายแบบเข้าใจง่าย - Diary (ไดอารี่): เล่าเหตุการณ์รายวัน/ความทรงจำ เป็นไทม์ไลน์ชีวิต วันนี้ทำอะไร ไปไหน กินอะไร เจอใคร เหมือนบันทึก story ของวันนั้นๆ (ถ้าใครเคยเห็นคำว่า diary story ก็จะประมาณนี้) - Journal (จอร์นัล): เหมือนคุยกับตัวเอง เน้น “ความคิด-ความรู้สึก-บทเรียน” มากกว่าลำดับเหตุการณ์ เขียนเพื่อเข้าใจตัวเองและหาลายแพทเทิร์น เช่น ทำไมเราถึงเครียดซ้ำๆ เรื่องเดิม - Journaling คือ: กระบวนการ “เขียนบันทึก” ไม่ว่าจะเป็นแบบ diary หรือ journal ก็ได้ ขอแค่เขียนอย่างสม่ำเสมอเพื่อทบทวนตัวเอง เลือกเขียนแบบไหนให้เหมาะกับเรา - ถ้าชอบเก็บความทรงจำ ชอบย้อนอ่านว่าเราเติบโตยังไง: เลือก Diary - ถ้ารู้สึกว่ามีเรื่องค้างในใจ วนคิดเยอะ อยากจัดระเบียบอารมณ์: เลือก Journal - ถ้าลังเล: ทำแบบ “Diary 70% + Journal 30%” จะเริ่มง่ายสุด (เราใช้สูตรนี้บ่อย) ตัวอย่างโครงเขียน (ลองก็อปไปใช้ได้) 1) หน้า Diary (5 นาที): วันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง? 3 เหตุการณ์ / อารมณ์ตอนนั้น / สิ่งที่อยากจำ 2) หน้า Journal (10 นาที): ตอนนี้รู้สึกอะไร 1 คำ / สาเหตุ / หลักฐานที่ยืนยัน-คัดค้านความคิดนั้น / บทเรียน / พรุ่งนี้จะลองทำอะไร 1 อย่าง เลือกสมุดจดบันทึกยังไงให้เขียนต่อได้จริง - สาย diary: สมุดเส้นบรรทัดหรือแบบมีวันที่ จะช่วยให้เขียนเป็นไทม์ไลน์ง่าย - สาย journal: สมุด dot grid หรือหน้าเปล่า เหมาะกับการแตกหัวข้อ วาดแผนผังความคิด และทำตารางติดตามอารมณ์ - ถ้าเพิ่งเริ่ม: เลือกเล่มบาง พกง่าย เปิดเขียนได้ทันที จะลดแรงต้าน (สำคัญกว่าเล่มสวย) ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ไม่เลิกกลางทาง ตั้งเป้า “เขียนให้จบ 3 บรรทัดก็ถือว่าผ่าน” ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความยาวตามอารมณ์ วันไหนอยากเล่าเรื่องก็เป็น diary วันไหนอยากทำความเข้าใจก็เป็น journal สุดท้ายมันคือสมุดของเรา—เขียนๆ ไปเหอะ เอาตามที่ชอบเลย