Ghost books that aren't scary (maybe)
ถ้าคุณเสิร์ชหา “อ่านเรื่องผี” เพราะอยากได้ความหลอนแบบนอนเปิดไฟ อาจต้องปรับความคาดหวังนิดนึงกับเล่ม “เมื่อฉันตายครั้งแรก” เพราะสำหรับเราเล่มนี้เป็น “หนังสือผีที่อ่านแล้วขำปนเอ๊ะ” มากกว่าหลอนล้วนๆ จุดเด่นคือผีไม่ได้มาเพื่อทำให้สะดุ้งอย่างเดียว แต่เหมือนมาเพื่อชวนคุย ชวนเถียง แล้วก็ชวนคิดในบางมุมแบบเนียนๆ สิ่งที่เราชอบมากคือโทนเรื่องมันกวนๆ แบบมีจังหวะพักหายใจ ไม่กดดันจนเกินไป บางตอนมีฟีลเหมือนฟังคนเล่าเรื่องผีในวงเพื่อนที่มีคนตลกนั่งอยู่ด้วย ทำให้คนที่ “อยากอ่านเรื่องผี แต่กลัวเกิน” เข้าถึงได้ง่าย และอ่านต่อได้เพลินกว่าเรื่องที่เน้นบรรยากาศหนักๆ อีกฉากที่ติดหัวคือพาร์ต “ผีถ้วยแก้ว” กับ “ข้อความผีถ้วยแก้วจากอาม่า” แล้วมีสถานการณ์ที่อาม่าดัน “เขียนภาษาไทย” เลยต้องให้ “ผีสก๊อยแถวนั้นมาเป็นล่ามให้” (แค่คอนเซ็ปต์ก็ชวนขำแล้ว) มันเป็นความตลกร้ายที่ทำให้รู้สึกว่าเรื่องผีไม่จำเป็นต้องจริงจังเสมอไป แถมยังสะท้อนความสัมพันธ์ในครอบครัวแบบแอบอบอุ่น—ประมาณว่า “สวัสดี ลาก่อน” แต่ไม่ใช่การจากลาที่น่ากลัว ถ้าคุณสนใจแนว “หนังสือผีรอบโลก” หรือเรื่องผีหลายรส เล่มนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีในหมวด “ผีร่วมสมัย” คือไม่ได้พาไปตำนานต่างประเทศจ๋าๆ แต่ให้บรรยากาศผีที่ใกล้ตัว มีความเป็นเมือง เป็นภาษา เป็นมุกในสังคมที่เราเข้าใจ ทำให้อ่านแล้วอินง่าย โดยเฉพาะคนที่ชอบเรื่องที่ผีมีคาแรกเตอร์ ไม่ได้เป็นแค่เงาดำๆ โผล่มาหลอก แนะนำวิธีอ่านให้สนุก: ลองอ่านทีละตอนก่อนนอนแบบไม่ต้องคาดหวังว่าจะหลอนทุกหน้า แล้วสังเกต “ประเด็น” ที่ซ่อนอยู่หลังความกวน เช่น การพูดถึงความตายแบบไม่ดราม่าเกินไป การสื่อสารที่ผิดพลาด (ถึงขั้นต้องมีล่ามเป็นผี) หรือความคิดเรื่องเวลา/ความรักที่เหมือนจะโผล่มาแวบๆ ให้เราตีความ สรุปสำหรับเรา “เมื่อฉันตายครั้งแรก” เหมาะกับคนที่อยาก “อ่านเรื่องผีแบบเพลินๆ” มีมุก มีลูกเล่น และมีมุมคิดเล็กๆ ระหว่างทาง มากกว่าคนที่ต้องการความหลอนหนักๆ ล้วนๆ ถ้าคุณกำลังหาเล่มไว้คั่นระหว่างช่วงอ่านเรื่องผีโหดๆ เล่มนี้คือพักสมองได้ดีเลย
