เมื่อINGU% พาบุกโรงงานผลิต 😱 เมื่อต้านพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ไหว INGU%ก็ขอเข้าร่วม เค้าเลือกใช้ Pad จากสาหร่ายและยูคาลิปตัสที่ย่อยสลายได้ พร้อมแพ็กเกจรีไซเคิล ♻️

รักษ์โลกแบบ Realistically Sustainable โดยไม่ลดประสิทธิภาพผิวเลย 🫶🏼

3/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครกำลังเสิร์ชหา INGU Toner Pad แล้วอยากรู้ว่า “ต่างจากโทนเนอร์แพดทั่วไปยังไง” เราเล่าให้ฟังในมุมคนที่โฟกัสทั้งผลลัพธ์บนผิวและความยั่งยืนค่ะ สิ่งที่เราว้าวที่สุดคือ “แผ่น Pad” ของ INGU ไม่ได้เป็นคอตตอนธรรมดา แต่เขาเลือกวัสดุที่ย่อยสลายได้ โดยมีส่วนที่มาจากต้นยูคาลิปตัส (แนว ๆ Tencel) และมีส่วนผสมจากสาหร่าย 2 ชนิด ทำให้ได้ฟีลแผ่นที่นุ่ม แต่ยังเก็บของเหลวได้ดี เวลาใช้จะรู้สึกว่าแผ่นอุ้มน้ำ/อุ้มเอสเซนส์ได้เยอะ ไม่แห้งฝืดและไม่ต้องใช้หลายแผ่นให้เปลือง อีกอย่างที่หลายคนสงสัยคือโทนเนอร์แพดควรใช้ตอนไหน? วิธีที่เราใช้บ่อย ๆ มี 2 แบบ 1) ใช้เช็ดหลังล้างหน้า: เหมาะกับวันที่อยากให้ผิวรู้สึกสะอาดและพร้อมรับสกินแคร์ขั้นต่อไป เราจะเช็ดเบา ๆ ตามแนวผิว ไม่ถูแรง โดยเฉพาะบริเวณข้างจมูก/คาง 2) แปะเป็นมาสก์เฉพาะจุด: วันที่ผิวแห้งหรืออยากปลอบผิว เราจะแยกแผ่น (ถ้าแผ่นเอื้อให้ทำได้) แล้วแปะ 3–5 นาทีบนแก้ม/หน้าผาก ช่วยเติมความชุ่มชื้นแบบเร่งด่วน ในมุมคนผิวแพ้ง่าย เราให้ความสำคัญกับ “ความสะอาดของการผลิต” มาก ๆ พอเห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับขั้นตอนในห้องแลปและการควบคุมคุณภาพ รวมถึงการตรวจสิ่งแปลกปลอมระหว่างผลิต ก็ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น เวลาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสผิวโดยตรงแบบนี้ สายรักษ์โลกน่าจะชอบพ้อยต์แพ็กเกจรีไซเคิลและแนวคิด Realistically Sustainable คือพยายามทำให้ยั่งยืน แต่ไม่แลกกับประสิทธิภาพบนผิว (อันนี้คือสิ่งที่ผู้ใช้รู้สึกได้จริง) ถ้าคุณเป็นคนใช้โทนเนอร์แพดอยู่แล้วและอยากลองตัวที่ใส่ใจเรื่องการย่อยสลายของวัสดุ INGU Toner Pad เป็นตัวที่ควรจับตาเลย ทริคเล็ก ๆ ก่อนตัดสินใจ: ถ้าคุณแต่งหน้าหนักหรือทากันแดดหนา ๆ โทนเนอร์แพดไม่ใช่ตัวแทนคลีนซิ่งนะคะ ยังควรล้างเครื่องสำอางให้ครบก่อน แล้วค่อยใช้แพดเพื่อเตรียมผิว/เติมความชุ่มชื้น จะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด