Automatically translated.View original post

First 14 KM. Don't do it.

🏃‍♂️💥 Don't find a job! The first 14K run in my life.

Because...The boss is a sponsor. 💥🏃‍♂️

Can say that I don't think of taking this job

But when the boss gave him the sign and said,

"Just go running, get the atmosphere."

...That's it.

Life changes!!

Whoa, the first 14K = genuine "don't find out"! 😂

But since you're down, let's survive without a nurse's tent.

If you haven't rehearsed before or aren't prepared enough, you have the right to break your knees or cramp in the middle of the way. "I'm warning you."

🏃‍♂️ during the run.

Start slowly (slow descent first!) Let the body get used to the rhythm.

Walk. Don't be shy! Especially the 8th-12th kilo to "want to die."

Drink water at all service points (even without hunger)

Make friends, make friends, join the way, enjoy.

💀 "Don't do it" moment.

Trying to run against other people (especially fast runners)

Not practicing at all and actually running

Wearing the wrong type of new shoes (breaking the feet, of course)

Run full speed from the first kilo (you will die but the first 5 kilos)

I warned you.

# Running work # Lemon 8 Howtoo # Running job review # Fun running

2025/8/3 Edited to

... Read moreหลายคนถามเหมือนกันว่า “วิ่งครั้งแรกควรวิ่งกี่กิโล” เพราะเห็นคนอื่นลง 10K/14K แล้วอยากลองตาม จากประสบการณ์ที่ฉันดันไปจบที่ 14K แบบไม่ได้พร้อมสุด (ย้ำว่าอย่าหาทำ) ขอแชร์แนวทางเลือก “ระยะที่เหมาะกับมือใหม่” + สิ่งที่ช่วยให้รอดแบบไม่ต้องหามเข้าเต็นท์พยาบาล วิ่งครั้งแรกควรเริ่มกี่กิโลดี? - ถ้าเพิ่งเริ่มจริง ๆ (ยังวิ่งต่อเนื่องไม่เคยถึง 20–30 นาที): เริ่มที่ 3–5K ก่อนกำลังดี เน้น “จบแบบยังไหว” มากกว่า “ทำเวลา” - ถ้าวิ่ง/เดินสลับได้ต่อเนื่อง 30–45 นาที สัปดาห์ละ 2–3 วัน: ลอง 5K หรือ 7K ได้ - ถ้าวิ่ง 5K ได้สบาย ๆ และเคยซ้อมยาว 8–10K มาก่อน: ค่อยขยับไป 10K - ระยะ 14K เหมาะกับคนที่เคยมี long run ประมาณ 10–12K มาแล้วอย่างน้อย 1–2 ครั้ง (ไม่งั้นช่วงกิโล 8–12 จะโหดมากจริง) ทริคเอาตัวรอดสำหรับมือใหม่ (ใช้ได้ตั้งแต่ 5K ถึง 14K) 1) วอร์มอัพ 5–10 นาที: เดินเร็ว/ย่อเข่า/หมุนข้อเท้า แล้วค่อยออกตัว ไม่งั้นตึงน่องง่าย 2) คุมเพซ “ช้ากว่าที่คิด”: เป้าหมายคือวิ่งให้สม่ำเสมอ อย่าไปไล่คนที่เร็วกว่า เดี๋ยวหมดตั้งแต่กิโลแรก 3) ใช้สูตรวิ่ง-เดิน: เช่น วิ่ง 4 นาที เดิน 1 นาที หรือ วิ่ง 3 นาที เดิน 2 นาที ช่วยกันตะคริวได้ดีมาก 4) ดื่มน้ำทุกจุดแบบพอดี: จิบ 2–3 อึกก็พอ อย่ารอให้กระหายน้ำแล้วค่อยดื่ม 5) อย่าทดลองของใหม่วันแข่ง: ทั้งรองเท้า ถุงเท้า เจล เสื้อ—ถ้าไม่เคยใส่/กินซ้อมมาก่อน มีสิทธิ์พัง เลือก “เสื้อวิ่งชาย” ยังไงให้วิ่งสบาย (มือใหม่ก็เลือกได้) - เนื้อผ้า: เลือกผ้าแห้งไว (dry-fit) ระบายอากาศดี ลดการอับและการเสียดสี - ทรง/ตะเข็บ: ไม่รัดเกินไป และตะเข็บไม่แข็ง โดยเฉพาะบริเวณรักแร้-ข้างลำตัว - สี: ถ้าวิ่งเช้าตรู่/เย็น เลือกสีสว่างหรือมีแถบสะท้อนแสงเพื่อความปลอดภัย - ทดสอบก่อนวันจริง: ใส่วิ่งสัก 1–2 ครั้งดูว่ามีจุดเสียดสีไหม จะได้แก้ทัน สรุปแบบเพื่อนบอกเพื่อน: ถ้า “วิ่งครั้งแรก” ให้เริ่ม 3–5K แล้วค่อยขยับระยะ พอมั่นใจค่อยไป 10K/14K จะสนุกกว่าเยอะ และจบงานแบบยังยิ้มได้จริง ๆ