ฟักทองแกงบวดฉบับเราเอง🥥🎃

วันนี้มาในรูปแบบของขนมไทยกันบ้างนะคะ

วันนี้เรามีเมนูขนมไทยที่ทำง่ายมากๆมาฝากกันค่ะ

นั่นก็คือ 🥥ฟักทองแกงบวดค่ะ🥥

มาเริ่มทำกันเลยค่า

ส่วนผสม

กระทิอัมพวา 2 ขวด (ขวดเล็ก)

ฟักทอง 2 ท่อน (ท่อนใหญ่)

น้ำตาลปี๊ป 2 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1 หยิบมือ (เล็กน้อย)

วิธีทำ

เราเทกระทิไปหนึ่งขวดจากนั้นเปิดไฟแล้วเติมน้ำตาลปี๊ป1ช้อนค่ะจากนั้นคนให้น้ำตาลปี๊ปละลายนิดนึงค่ะ(ไม่ต้องให้เดือดมากนะคะ)แล้วนำฟักทองลงเลยค่ะจากนั้นเติมน้ำตาลปี๊ปที่เหลือลงไปได้เลยค่ะ(ใส่เกลือด้วยนะคะในคลิปเราลืมอัดค่ะเกลือประมาณ1หยิบมือค่ะ) รอให้กระทิเดือดและฟักทองสุกค่ะจากนั้นตักเสริฟได้เลยค่ะ

🥥🎃

*ใครมีน้ำตาลมะพร้าวนะคะยิ่งดีเลยค่ะมันจะเพิ่มความหอมค่ะ

ส่วนตัวของเราทานแล้วอร่อยมากเลยค่ะบางสูตรใส่น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลทรายขาวลงไปด้วยนะคะแต่ว่าเราไม่ได้ใส่เลยค่ะ

ดังนั้นความหวานจะมาจากฟักทองและน้ำตาลปี๊ปค่ะ

ตัวเนื้อฟักทองนะคะนุ่มและชิ้นกำลังพอดีคำเลยค่ะกระทิก็อร่อยมากเลยค่ะ

ฝากให้ทุกคนทำทานกันเยอะๆนะคะ

#ขนมไทย #ฟักทองแกงบวด

2/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครค้นหา “แกงบวดฟักทอง” แล้วทำตามสูตรแต่ยังไม่ค่อยได้เนื้อสัมผัส/รสชาติที่อยากได้ เรารวมทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้หม้อแกงบวดออกมาหอมกะทิ ฟักทองนุ่ม และไม่เละง่ายค่ะ 1) เลือกฟักทองแบบไหนให้อร่อย - เราชอบใช้ฟักทองเนื้อแน่น (สีส้มเข้ม) เพราะต้มแล้วจะนุ่มแต่ยังอยู่ทรง ไม่ยุ่ยเป็นโจ๊กง่าย - หั่นชิ้นหนาประมาณ 2–3 ซม. จะพอดีคำและสุกกำลังดี ถ้าหั่นบางมากจะเละไว 2) เคล็ดลับให้กะทิ “หอมมัน” และไม่แตกมัน - ใช้กระทิอัมพวาหรือกะทิกล่อง/ขวดที่ชอบได้เลย แต่ให้คุมไฟ “อ่อน-กลาง” ค่อย ๆ อุ่นและคนเรื่อย ๆ - อย่าเร่งไฟแรงตั้งแต่แรก เพราะกะทิเดือดพล่านแล้วแตกมันง่าย เนื้อกะทิจะดูเป็นเม็ด ๆ - ระหว่างเคี่ยว ถ้ารู้สึกข้นเกิน เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยได้ (ทีละนิด) จะช่วยให้ฟักทองสุกทั่วโดยไม่ไหม้ก้นหม้อ 3) ปรับความหวานให้พอดี (ไม่หวานแหลม) - น้ำตาลปี๊ปให้ความหวานนวลและหอมอยู่แล้ว แต่แนะนำให้ใส่ “ค่อย ๆ เติม” ชิมระหว่างทาง เพราะฟักทองแต่ละลูกหวานไม่เท่ากัน - ถ้ามีน้ำตาลมะพร้าว ใช้แทนบางส่วนได้ กลิ่นจะยิ่งหอมละมุน 4) อย่าลืมเกลือ—ตัวตัดรสที่ทำให้อร่อยขึ้น - เกลือแค่ “หยิบมือเล็ก ๆ” หรือปลายช้อนชา ช่วยดึงความหวานและทำให้กะทิกลมกล่อมขึ้นมาก ใส่แล้วชิมก่อนเพิ่มเสมอ 5) ทำยังไงให้ฟักทองสุกนุ่มแต่ไม่เละ - ใส่ฟักทองตอนน้ำกะทิพอร้อนและน้ำตาลละลายแล้ว จากนั้นเคี่ยวไฟอ่อนจนฟักทองสุก ใช้วิธี “จิ้มแล้วนุ่ม” เป็นเกณฑ์ - ระหว่างต้มพยายามอย่าคนแรง ๆ ให้เขย่าหม้อเบา ๆ แทน จะช่วยรักษาชิ้นฟักทองให้สวย 6) การเสิร์ฟและการเก็บ - กินร้อน ๆ จะหอมกะทิที่สุด แต่แช่เย็นก็อร่อยแบบขนมหวานเย็น ๆ - ถ้าเก็บค้างคืน ฟักทองจะดูดน้ำกะทิและนิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย วันถัดไปอุ่นไฟอ่อนและเติมกะทิหรือน้ำเล็กน้อยเพื่อคืนความละมุนค่ะ ลองทำแกงบวดฟักทองด้วยกระทิอัมพวา + น้ำตาลปี๊ปตามนี้ รับรองได้หม้อขนมหอม ๆ ฟักทองนุ่มหวานกำลังดีแบบทำกินเองที่บ้านเลยค่ะ