😊 ช่วงนี้หาแก้วใหม่ ปลดระวางใบเก่าใช้จนยางขอบแก้วเสื่อม เพื่อนอยู่เกาหลี🇰🇷 เลยได้ใบนี้มา
น่ารักถูกใจ คอล supermarket 🥑🍊
#ลองกินดู๊ #starbuckskorea #แก้วเก็บความเย็น #แก้วสตาร์บัคส์ #starbuckstumbler
หลายคนถามเหมือนกันว่า “แก้วน้ํา Starbucks กี่ ml?” เพราะแต่ละรุ่น/คอลเลกชันทำออกมาหลายขนาดมาก เราเลยสรุปวิธีเช็กความจุ + แนวทางเลือกให้เหมาะกับการใช้งานจริง เผื่อใครกำลังเล็งแก้ว Starbucks Korea (หรือแก้วสตาร์บัคส์รุ่นอื่น ๆ) อยู่ค่ะ 1) วิธีดูว่าแก้วกี่ ml แบบชัวร์ - ดูสติกเกอร์ใต้ก้นแก้ว/ข้างแก้ว: ส่วนใหญ่จะมีระบุเป็น ml หรือ oz (ออนซ์) - ดูบนกล่อง/ใบเสร็จ: รุ่นที่เป็นของฝากจากต่างประเทศมักมีข้อมูลครบ - ถ้าเจอเป็น oz ให้แปลงง่าย ๆ: 1 oz ≈ 29.6 ml (เช่น 16 oz ≈ 473 ml, 24 oz ≈ 710 ml) 2) ความจุยอดฮิตของแก้วน้ํา Starbucks (ประมาณนี้) - 355 ml (12 oz): พกง่าย เหมาะกับกาแฟ/น้ำระหว่างวันแบบไม่หนักกระเป๋า - 473 ml (16 oz): ขนาดที่ใช้บ่อยสุด ใส่กาแฟเย็น/ชาได้กำลังดี - 591 ml (20 oz): เหมาะกับคนดื่มน้ำเก่ง หรืออยากใส่น้ำแข็งเยอะ ๆ - 710 ml (24 oz): จุใจ เหมาะพกไปทำงานทั้งวัน แต่จะค่อนข้างใหญ่ *หมายเหตุ: แต่ละคอลอาจคลาดเคลื่อนนิดหน่อย ควรเช็กที่ตัวสินค้าอีกที 3) เลือก “แก้วเก็บความเย็น” ให้ตรงไลฟ์สไตล์ - ถ้าเน้นเย็นนาน: เลือกแบบสเตนเลสผนังสองชั้น จะเก็บความเย็นได้ดีกว่า - ถ้าชอบแก้วใสลายน่ารัก: พลาสติก/อะคริลิกจะเบา ถ่ายรูปสวย แต่เย็นสู้สเตนเลสไม่ได้ - ฝาปิดต้องแน่น: ยิ่งพกใส่กระเป๋า เลือกฝาที่ล็อกดี ลดปัญหาหก - เช็กยางขอบแก้ว/ซีล: เราเปลี่ยนใบใหม่ก็เพราะยางขอบเสื่อม พอเสื่อมแล้วรั่ว/มีกลิ่นง่าย แนะนำล้างแล้วเช็ดให้แห้งทุกครั้ง 4) ทริกใช้งานให้ไม่มีกลิ่นกาแฟค้าง - ล้างทันทีหลังใช้ โดยเฉพาะเมนู “MADE COFFEE” หรือกาแฟนม กลิ่นติดง่าย - แยกแปรงล้างฝา/หลอด เพราะซอกเล็ก ๆ สะสมคราบไว - ถอดยางออกมาล้างเป็นระยะ แล้วผึ่งให้แห้งสนิท 5) เลือกความจุให้เหมาะกับเมนูที่สั่งบ่อย - ถ้าชอบสั่งกาแฟแก้วกลาง ๆ (ประมาณ 16 oz): เลือก 473 ml จะพอดีและใส่น้ำแข็งได้ - ถ้าชอบพกน้ำทั้งวัน/เติมน้ำแข็งเยอะ: ขยับไป 591–710 ml จะสะดวกกว่า สรุปคือก่อนซื้อแก้วน้ํา Starbucks ลองโฟกัส 2 อย่าง: “กี่ ml” ที่เราใช้จริง + “ฝา/ซีลแน่นไหม” จะได้ใช้ยาว ๆ ไม่ต้องปลดระวางเร็วเหมือนเรา รอบนี้ได้คอล Supermarket มา น่ารักจนหยิบใช้ทุกวันเลยค่ะ





























