แกะ #ไม้แบดมินตัน ใหม่ 🏸

สีสวยถูกใจ มีลายดอกไม้เล็กๆด้วย 🌸

Li-Ning Halbertec 6000

• ไม้ก้านกลาง(Medium)

• สายควบคุม (Control)

• น้ำหนักเราเลือก 4U

• ก้านขนาด 6.8 มม.

ไปขึ้นเอ็นแล้วจะมาลองตีดู

#หลิงลี่วันนี้กี่แคล #ตีแบด #badminton #lining

2/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากแกะไม้ใหม่อย่าง Li-Ning Halbertec 6000 สิ่งที่เราทำก่อนเลยคือเช็ก “ฟีลจับ” กับรายละเอียดตัวไม้ให้ครบ เพราะต่อให้สเปกเป็นสาย Control แต่ความรู้สึกจริงตอนถือ/สะบัดสำคัญมากค่ะ ของเราน้ำหนัก 4U ถือว่าเหมาะกับคนที่อยากได้ความคล่อง เอาไว้เล่นคุมเกมหน้าเน็ตหรือวางลูกเนียนๆ ได้ดี โดยเฉพาะถ้าเล่นบ่อยและไม่อยากให้แขนล้าเร็ว สิ่งที่เช็กก่อนขึ้นเอ็น 1) สมดุลหัวไม้: ลองแกว่งเบาๆ ดูว่าหนักหัวไหม ถ้าหนักหัวมากจะช่วยพลังตบ แต่คุมหน้าไม้ต้องใช้เวลา สำหรับสาย Control ส่วนใหญ่คนจะชอบสมดุลกลางๆ จะคุมทิศทางง่ายกว่า 2) ความแข็งก้าน (Medium): ก้านกลางจะเป็นมิตรกับคนส่วนใหญ่ ไม่ต้องออกแรงสุดก็ส่งลูกได้ แต่ยังคุมจังหวะได้ดี เหมาะกับทั้งตีเดี่ยว-คู่ 3) ขนาดก้าน 6.8 มม.: ก้านเล็กจะให้ความรู้สึก “ไว” ตอนสวิงมากขึ้นนิดหน่อย แต่ก็อย่าลืมดูสภาพงานประกอบ สี/ดีคอล (ของรุ่นนี้มีคำว่า HALBERTEC/ HALBE ตามตัวไม้) และรอยต่อเฟรมว่ากริบไหม ขึ้นเอ็นยังไงให้เข้ากับสายคอนโทรล ถ้าเป้าหมายคือคุมทิศทาง แนะนำเริ่มที่ความตึงกลางๆ ก่อน เช่นประมาณ 24–26 lbs (แล้วแต่กำลังแขนและไม้ที่รองรับ) จะได้ฟีลเด้งพอดี วางลูกหน้าเน็ตและหยอดคุมง่าย ถ้าตึงเกินไปอาจคุมได้ก็จริงแต่จะล้าและเจ็บข้อมือง่าย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเปลี่ยนไม้ใหม่ ลองตีแล้วควรสังเกตอะไรบ้าง - ลูกดรอป/หยอด: หน้าไม้ “นิ่ง” ไหม เวลาหยอดสั้นๆ ลูกลอยไหม - เกมรับ: รับตบแล้วส่งกลับคุมทิศทางได้แค่ไหน (ไม้ 4U มักช่วยเรื่องนี้) - ลูกตบ: ถึงจะเป็นแนว Control แต่ควรมีน้ำหนักลูกพอประมาณ ถ้าตบแล้วไม่ค่อยพุ่ง อาจลองเพิ่มความตึงหรือลองเอ็นคนละชนิด หลายคนที่เสิร์ชเรื่อง Li-Ning มักเทียบกับรุ่นอย่าง Bladex Assassin ด้วย ถ้าคุณชอบไม้ที่ “ไว” และเล่นคุมจังหวะ รุ่นสาย Bladex จะเด่นเรื่องความคล่องตัวมากๆ ส่วน Halbertec 6000 จะให้ความรู้สึกบาลานซ์และจับง่าย เหมาะกับคนที่อยากได้ไม้คุมเกม ใช้ได้ยาวๆ แบบไม่ต้องปรับตัวหนักค่ะ