พ่อต้อ
พ้อต่อ” นับว่าเป็นประเพณีที่เก่าแก่ของคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ตที่ได้สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และไม่สามารถหาดูได้ที่ไหน มีที่เดียวในประเทศไทย คือที่จังหวัดภูเก็ต โดยประเพณีพ้อต่อ คือ ประเพณีวันสารทจีน ซึ่งคนภูเก็ตมีความเชื่อกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ประตูยมโลกได้เปิดออก เพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้วได้กลับไปเยี่ยมและรับส่วนบุญส่วนกุศล จากลูกหลานบนโลกมนุษย์ เป็นเวลา 1 เ ดือน ดังนั้นในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน ของทุกปี ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ต จะจัดพิธีกรรมเซ่นไหว้อุทิศบุญกุศลให้กับบรรพบุรุษของตนเอง รวมถึงพวกผีไร้ญาติที่ชาวภูเก็ตเรียกกันว่า “ฮ่อเฮียตี่1”
ประเพณีพ้อต่อในจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นที่ศาลเจ้าเซ่งเต็กเบ้วกวนอิมไตซื่อ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ศาลเจ้าพ้อต่อก้ง (อ๊าม2) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่จัดพิธีกรรมนี้มาอย่างยาวนาน และมีองค์พ้อต่อก้งเป็นประธานของศาลเจ้า อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในองค์พระประจำประเพณีพ้อต่อ ที่คนภูเก็ตสักการะบูชาอีกด้วย
ประเพณีพ้อต่อ เป็นวันสารทจีน ที่มีเครื่องเซ่นไหว้ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียกว่า “อั่งกู้” หรือขนมเต่าสีแดง ซึ่งทำมาจากแป้งสาลีผสมน้ำตาล ปั้นขึ้นรูปเป็นเต่า แล้วจึงทาด้วยสีแดง นับว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญในประเพณีพ้อต่อ เมื่อใดก็ตามที่เห็นการตั้งไหว้เต่าสีแดง นั่นเป็นสัญญาณของประเพณีพ้อต่อได้เริ่มขึ้นแล้ว
ประเพณีพ้อต่อ ถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความลึกซึ้งทางจิตใจและศาสนาอย่างมาก ในช่วงประเพณีสารทจีน ผู้คนในภูเก็ตเชื่อว่าประตูยมโลกเปิดให้ดวงวิญญาณที่ล่วงลับได้กลับมาพบปะญาติพี่น้อง ส่งผลให้บรรยากาศและพิธีกรรมเต็มไปด้วยความศรัทธาและความเคารพอย่างลึกซึ้ง พิธีกรรมนี้จัดขึ้นที่ศาลเจ้าเซ่งเต็กเบ้วกวนอิมไตซื่อ หรือที่ชาวภูเก็ตเรียกกันสั้น ๆ ว่า "อ๊าม2" ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีองค์พ้อต่อก้งเป็นประธานและเป็นตัวแทนพระประจำประเพณี ชาวภูเก็ตจะร่วมกันตั้งเครื่องเซ่นไหว้ที่มีชื่อว่า “อั่งกู้” หรือขนมเต่าสีแดง ที่ใช้แป้งสาลีผสมน้ำตาลปั้นเป็นรูปเต่าและทาสีแดงสด เพื่อเป็นสัญลักษณ์และเครื่องหมายว่าได้เริ่มเข้าสู่เทศกาลนี้แล้ว ขนมเต่าสีแดงหรืออั่งกู้ไม่เพียงแต่มีความหมายในเรื่องของการเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรุษ ยังแสดงถึงความยั่งยืนและมงคลตามความเชื่อจีนแบบดั้งเดิม การที่เต่าถือเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาวจึงสื่อความหมายให้กับชีวิตและครอบครัวอย่างลึกซึ้ง นอกจากการเซ่นไหว้บรรพบุรุษและผีไร้ญาติ หรือที่ชาวภูเก็ตเรียกว่าฮ่อเฮียตี่1 แล้ว ประเพณีนี้ยังเป็นช่วงเวลาให้ลูกหลานได้ระลึกถึงต้นตระกูลและส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว สะท้อนถึงการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยั่งยืน หากคุณมีโอกาสมาเยือนภูเก็ตในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน อย่าพลาดชื่นชมประเพณีพ้อต้อ ซึ่งเป็นประเพณีที่มีเฉพาะที่นี่แห่งเดียวในประเทศไทย ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับความเชื่อดั้งเดิมและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งผ่านพิธีกรรมและสัญลักษณ์ที่มีความหมายสำคัญกับชาวภูเก็ตอย่างแท้จริง



