คำปลอบโยนที่เราใช้ชุบชูใจคนอื่น คือคำที่ตัวเรา ‘อยากได้ยิน’ ที่สุด
เคยสังเกตตัวเองไหมคะเวลาที่เห็นคนรอบตัวกำลังร้องไห้ กำลังหมดไฟ หรือเผชิญหน้ากับวันที่โลกทั้งใบใจร้ายกับเขา?
เรามักจะรีบวิ่งเข้าไปหา ไปนั่งข้างๆ บีบมือเขาเบาๆ แล้วพูดคำว่า...
"ไม่เป็นไรนะ... เธอทำดีที่สุดแล้ว"
"เก่งมากแล้วนะที่ประคองตัวมาได้ถึงขนาดนี้"
หรือ "อยากร้องไห้ก็ ร้องออกมาเถอะ ฉันอยู่ตรงนี้เสมอ"
เราส่งต่อคำพูดที่แสนดี อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความเข้าใจเหล่านี้ให้คนอื่นราวกับนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ...
แต่มีใครเคยฉุกคิดไหมคะว่า... ในแง่ของจิตวิทยาความสัมพันธ์และกลไกของหัวใจ
คำปลอบโยนที่แสนอบอุ่นที่เราตั้งใจมอบให้คนอื่นนั้น... แท้จริงแล้ว มันคือคำพูดที่ตัวเราเอง ‘โหยหา’ และ ‘อยากได้ยิน’ มากที่สุดในชีวิตเหมือนกัน
มันน่าแปลกนะคะ... เราใจดีกับคนทั้งโลกได้ง่ายดายเหลือเกิน เราพร้อมจะมองข้ามความผิดพลาดของเพื่อน พร้อมจะบอกว่าความล้มเหลวของคนรักเป็นเรื่องธรรมดา แต่พอหันกลับมามองตัวเอง ในค่ำคืนที่เหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ... เรากลับเป็นคนที่ใจร้ายกับตัวเองที่สุด
เราซ้ำเติมตัวเองด้วยคำถามว่า "ทำไมแค่นี้ทำไม่ได้?" หรือ "ทำไมเราถึงไม่เก่งเหมือนคนอื่น?"
เสียงที่เราใช้ปลอบคนอื่น คือเสียงจากส่วนลึกในจิตใต้สำนึกที่มันกำลังตะโกนบอกว่า "ฉันก็กำลังเจ็บปวดอยู่เหมือนกันนะ ฉันเองก็อยากให้มีใครสักคนมาบอกว่าฉันเก่งแล้วเหมือนกัน"
เรากอดคนอื่นแน่นๆ เพราะลึกๆ เราก็อยากถูกกอด
เราบอกคนอื่นว่าไม่เป็นไร เพราะลึกๆ เราก็แค่อยากมั่นใจว่า ความผิดพลาดของเรามันจะไม่ทำให้โลกสลายไป
วันนี้... ฉันแค่อยากจะขอให้ทุกคนลองทำสิ่งนี้ดูสักครั้งค่ะ
ลองหันหน้าเข้าหากระจก สบตากับผู้หญิงหรือผู้ชายที่อยู่ในนั้น คนที่ร่วมสู้รบตบมือกับชีวิตเคียงข้างคุณมาตลอด 20 กว่าปี 30 กว่าปี คนที่ไม่เคยทิ้งคุณไปไหนเลย...
แล้วลองคัดลอกคำปลอบโยนที่แสนดีที่คุณเคยพูดกับเพื่อน นำกลับมาพูดกับตัวเองดูนะคะ
บอกตัวเองในกระจกเบาๆ ว่า...
"ที่ผ่านมา... เธอเหนื่อยมากเลยใช่ไหม"
"ไม่เป็นไรนะ จากนี้ไป ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเอง"
ใจดีกับตัวเองให้เท่ากับที่ใจดีกับคนอื่นนะคะ เพราะคนที่สมควรได้รับความรักและความอ่อนโยนจากคุณมากที่สุด... ก็คือ "ตัวคุณเอง" ค่ะ
ถ้าชอบผลงานชิ้นนี้ ฝากกดหัวใจดวงน้อยๆ และกดติดตามเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ💖































































