เปลี่ยนงานบ่อย เรียนหลายอย่าง = จับฉ่าย หรือแค่เบื่อง่ายกันแน่?

เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามกับตัวเองใช่ไหมคะว่า "ทำไมเราถึงเบื่ออะไรง่ายจัง" เริ่มเรียนกีตาร์ได้เดือนเดียวก็เลิก ลงคอร์สทำขนมแล้วก็หายไป หรือเปลี่ยนงานบ่อยจนคนรอบข้างเริ่มมองแปลกๆ วันนี้เราจะมาดูกันค่ะว่าจริงๆ แล้วมันเกิดจากอะไรกันแน่ ระหว่าง "ยังหาสิ่งที่ชอบไม่เจอ" กับ "เป็นคนจับฉ่ายโดยธรรมชาติ"

■มุมมองที่ 1: อาจจะเป็นคนแบบ Multipotentialite👀✨️

คำนี้ถูกบัญญัติขึ้นโดย Emilie Wapnick นักเขียนและนักพูด TED ที่เสนอแนวคิดว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่มีความสนใจหลากหลายและลึกซึ้งในหลายด้านพร้อมกัน เรียกว่า Multipotentialite ซึ่งต่างจากคนทั่วไปที่มักมี "แพชชันเดียว" ตลอดชีวิต คนกลุ่มนี้จะรู้สึกตื่นเต้นกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ แต่พอเข้าใจแก่นของมันแล้ว ความสนใจก็มักจะจางลง แล้วมองหาสิ่งใหม่ต่อไป 👁👄👁✨️

ฟังดูอาจจะเหมือนข้อเสียใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วงานวิจัยกลับชี้ว่าคนกลุ่มนี้มักมีทักษะการเชื่อมโยงความรู้ข้ามศาสตร์ (idea synthesis) ได้ดีกว่าคนที่เชี่ยวชาญด้านเดียว เพราะสมองถูกฝึกให้มองภาพกว้างและเห็นความเชื่อมโยงที่คนอื่นมองไม่เห็นค่ะ

■มุมมองที่ 2: Novelty Seeking หรือลักษณะนิสัยที่ชอบความแปลกใหม่ 🧠

ในทางจิตวิทยาบุคลิกภาพ มีลักษณะนิสัยหนึ่งเรียกว่า Novelty Seeking ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบโดพามีนในสมอง คนที่มีลักษณะนี้สูงจะรู้สึกตื่นเต้นและมีแรงจูงใจสูงมากตอนเริ่มต้นสิ่งใหม่ เพราะสมองหลั่งโดพามีนออกมาเยอะ แต่พอความคุ้นเคยเข้ามาแทนที่ความตื่นเต้น ระดับโดพามีนก็จะลดลง ทำให้รู้สึกเบื่อและอยากหาสิ่งกระตุ้นใหม่แทน

พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีวินัยนะคะ แต่สมองของเราแค่ "อิ่มตัว" กับความเดิมเร็วกว่าคนอื่นเฉยๆ ต่างหาก

■มุมมองที่ 3: อาจเป็นเพราะยังไม่เจอ "Flow" ที่แท้จริง🥲

Mihaly Csikszentmihalyi นักจิตวิทยาผู้เสนอแนวคิด Flow Theory อธิบายว่ามนุษย์จะจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน เมื่อกิจกรรมนั้นมีความสมดุลระหว่าง "ความท้าทาย" กับ "ทักษะที่มี" พอดี ถ้ากิจกรรมง่ายเกินไปจะรู้สึกเบื่อ แต่ถ้ายากเกินไปจะรู้สึกวิตกกังวลจนอยากเลิก

ดังนั้นบางทีที่เราเลิกทำอะไรกลางคัน อาจไม่ใช่เพราะเราเป็นคนจับฉ่าย แต่เป็นเพราะกิจกรรมนั้นยังไม่ท้าทายพอ หรือท้าทายเกินไปจนเรายังไปไม่ถึงจุดที่เรียกว่า Flow ก็ได้ค่ะ

■มุมมองที่ 4: ปัจจัยด้านแรงจูงใจตาม Self-Determination Theory 🤔

ทฤษฎี Self-Determination ของ Deci และ Ryan เสนอว่าแรงจูงใจภายใน (intrinsic motivation) จะเกิดขึ้นและคงอยู่ได้นาน เมื่อกิจกรรมนั้นตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐาน 3 ข้อ คือ

1.ความรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถ (competence) 2.ความรู้สึกเป็นอิสระในการเลือก (autonomy)

3.ความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่น (relatedness)

ถ้ากิจกรรมไหนขาดองค์ประกอบเหล่านี้ไป เช่น รู้สึกว่าถูกบังคับให้ทำ หรือทำคนเดียวไม่มีคนแชร์ความสนใจด้วย ความสนใจก็มักจะร่วงหล่นไปเองตามธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับว่าเราเป็นคนไม่มีความอดทนเลยนะคะ

⋆。 ゚☁︎。 ⋆。 ゚☀︎。 ⋆。 ゚⋆。 ゚☁︎。 ⋆。 ゚☀︎。 ⋆。 ゚

จริงๆ แล้วทั้งสองแบบมันแยกกันไม่ขาดหรอกค่ะ บางคนอาจจะเป็นทั้งสองอย่างผสมกัน คือมีธรรมชาติแบบ Novelty Seeking ด้วย และก็ยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ด้วย ทางที่ดีลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่า

➡️ถ้าเราเบื่อทุกอย่างเร็วเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม → อาจจะเป็นเรื่องธรรมชาติของสมองที่ชอบความแปลกใหม่มากกว่า

➡️แต่ถ้าเรามีบางเรื่องที่ทำได้นานเป็นพิเศษ ในขณะที่เรื่องอื่นทำได้ไม่นาน → นั่นแปลว่าเรากำลังใกล้เจอสิ่งที่ใช่แล้วล่ะค่ะ แค่ต้องหาต่อไปอีกนิดเดียว

อย่าเพิ่งรีบตัดสินตัวเองว่า "เป็นคนไม่เอาไหน" หรือ "จับฉ่าย" นะคะ เพราะบางทีมันอาจจะเป็นแค่กระบวนการค้นหาตัวเองที่ยังไม่จบก็ได้ การลองผิดลองถูกหลายๆ อย่างไม่ใช่เรื่องแย่เลย มันคือการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองไปเรื่อยๆ ต่างหาก สักวันสิ่งที่ใช่มันจะปรากฏขึ้นมาเองค่ะ แล้วตอนนั้นแหละ เราจะรู้เองว่าทำไมครั้งนี้ถึงอยู่ได้นานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา 🌷

อ้างอิงแนวคิด: Wapnick, E. (Multipotentialite); Csikszentmihalyi, M. (Flow Theory); Deci, E. L., & Ryan, R. M. (Self-Determination Theory)

ถ้าชอบผลงานชิ้นนี้ ฝากกดหัวใจดวงน้อยๆ และกดติดตามเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ🥰🥰

#พัฒนาตัวเอง #พัฒนาตนเอง #พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

8/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยอยู่ในช่วงที่เปลี่ยนงานและเรียนหลายสิ่งหลายอย่างไปเรื่อยๆโดยรู้สึกว่าเหมือนตัวเองเป็นคนจับฉ่ายหรือไม่มีความอดทน แต่เมื่อได้ลองศึกษาความหมายของ Multipotentialite และเกี่ยวกับระบบโดพามีนในสมอง ทำให้เข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องของการขี้เกียจหรือขาดแรงจูงใจจริง ๆ แต่เป็นธรรมชาติของสมองที่ชอบความท้าทายและความหลากหลาย ผมเองเคยเริ่มเรียนกีตาร์ แต่เรียนได้ไม่นานก็หยุดเพราะรู้สึกว่าสนุกแค่ตอนเริ่มต้น หลังก็เบื่อเหมือนงานอดิเรกอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่เมื่อได้ลองหากิจกรรมที่ท้าทายและเหมาะสมกับทักษะของตนเอง พบว่าการเข้าสู่สภาวะ Flow นั้นทำให้ผมมีสมาธิและมีความสุขกับสิ่งที่ทำมากขึ้น และไม่เบื่อจนเปลี่ยนไปทำสิ่งใหม่บ่อยๆ นอกจากนี้ ผมยังพบว่าแรงจูงใจภายในสำคัญมาก ถ้ากิจกรรมที่ทำขาดความรู้สึกอิสระ หรือไม่ได้ร่วมแบ่งปันกับผู้อื่น ทำให้ความสนใจจางลงง่ายและเสียแรงจูงใจไป ความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนที่ทำสิ่งเดียวกันช่วยยึดเหนี่ยวทำให้สามารถทำสิ่งนั้นได้นานขึ้น แนะนำให้ลองสังเกตตนเองว่าปกติแล้วเราชอบอะไรจริง ๆ หรือแค่ชอบความแปลกใหม่ชั่วคราว แล้วลองค้นหาและปรับกิจกรรมให้เข้ากับระดับทักษะและความท้าทายของตนเอง หากิจกรรมหรือสายงานที่ตอบโจทย์ความต้องการ 3 ด้านคือ ความรู้สึกว่าเก่งในสิ่งนั้น ความรู้สึกเป็นอิสระ และความเชื่อมโยงกับผู้อื่น เพื่อให้แรงจูงใจภายในยังคงสูงและทำสิ่งนั้นได้นาน สุดท้าย ความเบื่อเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ก็เป็นสัญญาณของการค้นหาตัวเองที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ มองว่าเป็นโอกาสเรียนรู้ตนเอง ไม่ใช่ข้อด้อย การไม่ยึดติดกับแพชชั่นเดียวตลอดชีวิตสามารถสร้างทักษะหลากหลายและมุมมองกว้างไกล ทำให้ประสบความสำเร็จในหลายด้านได้ในอนาคต