自動翻訳されています。元の投稿を表示する

🇬🇧これらの2つの言葉を使うのをやめてください。ずっと良く見えます。

-----------------🔥エディターノート-----------------

この記事の目的は、みんなに質問することです。

私たちは神の名前を使うべきではありません。なぜなら、神は私たちに両親や愛する人たちを与えてくれるからです。

私は私を尊敬する人々を尊敬します。

わたしを軽蔑する者は軽蔑される。

(サムエル記上2: 3)

したがって、神の性質は

「神は罪人を愛しますが、人間の罪を愛しません。」

あなたたちは投稿者のためにそれをする必要はありません。

しかし、自分自身のために行い、神を敬うこと

騙されるな。

それは悪魔の要塞です。

-------------------------------------------------------

インフルが言うことをすべて言わないでください。

最初にその単語の意味を勉強すべきです

外国人と話すときはもっと楽しくなります。

この言葉を使う外国人は、神と真剣なクリスチャンではないからです。

唇を持つ女の子が多ければ多いほど、爪の色が美しくなります。

おいしいです。ああ、オッド未亡人。ハンサムな男性。ああ、オッド未亡人。

私たちは聞いて、もう話したくないと告白します。

しかし、彼は感情を言葉で説明できないことに同情し、それがとても美しく、とてもおいしいと言うだけです。本当の気持ちによると、それで十分です。私たちの見解では、(一人で)それは誠実ではないと思います。

#レモンを使って言語を練習する8#日常生活での英語 #レモン8 Howtoo #英語の #NewYearNewMe

2025/9/2 に編集しました

... もっと見るคำว่า “ย้อนแย้ง” ในภาษาอังกฤษ จริงๆไม่ได้มีคำเดียวที่ครอบจักรวาล เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าเราหมายถึง “ขัดแย้งกัน” แบบไหนกันแน่ เราเคยพลาดเวลาแปล/พูดกับชาวต่างชาติอยู่บ่อยๆ เลยลองจัดเป็นหมวดให้จำง่ายขึ้นค่ะ 1) “ขัดแย้ง/แย้งกัน” แบบตรงๆ = contradict / contradiction - contradict (v.) = พูด/ทำ “แย้ง” สิ่งที่อีกฝ่ายพูด หรือแย้งกับข้อเท็จจริง ตัวอย่าง: What you said contradicts your earlier statement. (ที่คุณพูดมันขัดแย้งกับที่คุณพูดก่อนหน้านี้) - contradiction (n.) = ความขัดแย้งกัน ตัวอย่าง: There’s a contradiction in his story. (เรื่องที่เขาเล่ามีจุดขัดแย้ง) ทริคเล็กๆ: ถ้า “ย้อนแย้ง” ในใจเราคือ “พูดไม่ตรงกัน/หลักฐานไม่ตรงกัน/คำพูดสวนทางกัน” ให้เริ่มจาก contradict/contradiction ก่อนเลย 2) “ย้อนแย้งแบบประชด/ตรงข้ามกับที่คาด” = irony / ironic คำว่า irony เป็นคำที่คนไทยชอบใช้มั่วสุด (เราเองก็เคย) เพราะมันไม่ใช่แค่ “ตลก” หรือ “บังเอิญ” นะคะ แต่เป็นความย้อนแย้งที่เกิดจาก “ผลลัพธ์ตรงข้ามกับที่ควรจะเป็น/ที่คาดหวัง” หรือมีนัยประชด ตัวอย่าง: It’s ironic that a fire station burned down. (สถานีดับเพลิงดันไฟไหม้เอง—นี่แหละความ ironic) อีกแบบที่เจอบ่อยคือพูดประชด: That’s ironic. (ประชดว่า เออ…ย้อนแย้งดีเนอะ) 3) “ย้อนแย้งเชิงตรรกะ/ฟังดูขัดกันแต่จริง” = paradox paradox จะเป็นแนวประโยค/แนวคิดที่ดูขัดแย้งในตัวเอง แต่พอคิดลึกๆแล้วอาจจริงได้ ตัวอย่าง: Less is more is a paradox. (ยิ่งน้อยยิ่งมาก—ฟังดูขัดกันแต่สื่อความหมายได้) 4) “ความขัดแย้งภายใน/ลังเลใจ” = conflict ถ้าพูดถึงความรู้สึกหรือสถานการณ์ที่ตีกันในใจ ใช้ conflict จะเป็นธรรมชาติกว่า ตัวอย่าง: I’m in conflict about what to do. (ฉันลังเล/มีความขัดแย้งในใจว่าจะทำไง) สรุปเลือกคำให้ไว (แบบที่เราใช้ประจำ) - แย้งคำพูด/ข้อมูลไม่ตรงกัน → contradict / contradiction - ผลลัพธ์สวนทางแบบประชดๆ/ตรงข้ามความคาดหวัง → irony / ironic - แนวคิดที่ขัดกันเองแต่มีความจริงอยู่ → paradox - ความขัดแย้งด้านความรู้สึก/สถานการณ์ → conflict ตัวอย่างประโยค “ย้อนแย้ง” ที่แปลได้หลายแบบ - “คำพูดเขาย้อนแย้งกันเอง” → His words contradict each other. - “มันย้อนแย้งมากที่เขาพูดเรื่องความซื่อสัตย์แต่โกหก” → It’s ironic that he talks about honesty but lies. - “ยิ่งพยายามยิ่งแย่ เหมือนย้อนแย้ง” → The harder I try, the worse it gets—it feels like a paradox. สุดท้าย ถ้าจะใช้ในชีวิตประจำวันแบบปลอดภัย (โดยเฉพาะตอนคุยกับฝรั่ง) เรามักเลือกพูดให้ชัดว่า “It doesn’t make sense.” หรือ “That doesn’t add up.” แทนคำว่า irony/paradox ไปเลยก็ได้ เพราะฟังเป็นธรรมชาติและไม่เสี่ยงใช้ผิดค่ะ