FAQ 2. ผีสิงคนและการไล่ผี

เมื่อมารล่อลวงเอวาได้ พระเจ้าจึงอนุญาต

ให้มันครอบครองโลก และมันต้องการพิสูจน์ว่า

มนุษย์ที่พระเจ้าสร้างและรักนักรักหนา

จะเลือกอยู่ฝ่ายความมืดและจะปฏิเสธพระเจ้า

มันจึงล่อลวงมนุษย์ให้ทำบาป เพราะมันต้องการให้

มนุษย์ลงไปอยู่ในนรกกับมันให้มากที่สุด

มันต้องการเอาชนะพระเจ้า มันทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดพัก เพราะเวลาของมันใกล้จะหมดลงแล้ว

*ข้อสังเกต*

- ไบเบิ้ลมักกล่าวถึงมารซาตานว่า เป็นผู้ครอบครอง, ผู้มีอำนาจในโลก เพราะพระเจ้าอนุญาตให้มันครองโลก จนกว่าจะถึงวันพิพากษา นั่นคือวันจบเกมสำหรับพวกมัน

- นรกไม่ได้สร้างมาเพื่อมนุษย์ แต่คือสถานที่ที่เตรียมไว้รอให้พวกวิญญาณชั่วมารซาตานลงไปอยู่

- พวกผีมารซาตาน จะแทนตัวเองว่า เรา/พวกเรา

เพราะมันไม่ได้มีตัวเดียว มันทำงานกันเป็นฝูง

- กางเขนและน้ำที่ผ่านการปลุกเสก ไม่ใช่กุญแจสำคัญในการไล่ผี สิ่งสำคัญคือ การอ้างถึงผู้ที่ยิ่งใหญ่และเอาชนะความตายได้ จึงจะเอาชนะพวกภูติผีที่ชอบเอาความตายมาอ้าง คือการขับไล่โดยใช้พระนามพระเยซูคริสต์ และการสำแดงความรักยิ่งของพระเจ้าให้คนที่ถูกสิงนั้น

- หมอผี ไม่ใช่คำตอบในการไล่ผี เพราะพวกเขาใช้อำนาจของผีเพื่อมาปราบผี ผีจะไล่ผีไม่ได้ จึงสังเกตได้จาก

คนที่ถูกผีเข้า เขาจะไม่หายสนิท ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ทั้งด้านจิตวิญญาณและร่างกาย

"ท่านเชื่อว่าพระเจ้ามีเพียงองค์เดียว นั่นก็ดี

แม้พวกผีก็เชื่อและกลัวจนตัวสั่น" - ยากอบ 2:19

"ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าเชื่อทุกๆ วิญญาณ แต่จงพิสูจน์วิญญาณนั้นๆ ว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ เพราะว่ามีผู้เผยพระวจนะเท็จจำนวนมากได้ออกมาในโลก" - 1 ยอห์น 4:1

#lemon8boxchallenge #lemon8สายมู #Lemon8ฮาวทู

#เล่าเรื่องผี #เรื่องผี

2025/9/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในทางพระคัมภีร์ไบเบิล การผีสิงคนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความเชื่อพื้นบ้าน แต่มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจนถึงเหตุการณ์และหลักการที่เกี่ยวข้อง เช่น ในยุคก่อนคริสต์ศักราช เช่นเรื่องผีเข้าสิงชายคนหนึ่งจนพูดไม่ได้หรือพิการแต่ได้รับการรักษาจากพระเยซู (มัทธิว 9:32-33) รวมถึงเหตุการณ์พระเยซูไล่ผีออกจากคนที่มีภูตผีหลายตัวในสุสาน (มัทธิว 8:28-34) จึงทำให้เราเห็นว่าเรื่องผีสิงคนมีการยืนยันในพระคัมภีร์และมีกระบวนการไล่ผีที่ถูกต้องคือการใช้พระนามพระเยซูคริสต์เท่านั้น จาก OCR ที่ได้เห็น จะเห็นว่ากางเขนและน้ำมนต์ที่ปลุกเสกไม่ใช่กุญแจสำคัญในการไล่ผีอย่างแท้จริง แต่สิ่งสำคัญคือความเชื่อในพระนามพระเยซูคริสต์และการแสดงออกถึงความรักยิ่งของพระเจ้าในผู้ที่ถูกสิง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้วิญญาณชั่วกลับเข้ามาอีก รวมถึงการรักษาทั้งด้านจิตวิญญาณและร่างกายควบคู่กันไป นอกจากนี้ยังมีคำเตือนจากมัทธิว 12:43-45 ว่าวิญญาณชั่วที่ออกจากคนหนึ่ง เมื่อตามหาที่พักพิงไม่ได้ มักจะกลับเข้ามาใหม่กับวิญญาณที่ชั่วร้ายกว่าเดิม ดังนั้นการไล่ผีจึงต้องมีการสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตวิญญาณ ด้วยการต้อนรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาแทนที่ เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณชั่วกลับมาอีกครั้ง สุดท้าย การพึ่งพาหมอผีที่ใช้อำนาจของผีในการไล่ผี เป็นแนวทางที่ผิดเพราะไม่สามารถถอนผีได้อย่างสมบูรณ์ การรักษาควรเป็นการรักษาทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ โดยยืนยันในความเชื่อที่พระเจ้าทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่เพียงพระองค์เดียว ซึ่งผีก็กลัวและรู้จัก (ยากอบ 2:19) สำหรับผู้ที่ต้องการพิสูจน์วิญญาณต่าง ๆ ควรตรวจสอบว่าเป็นพระวจนะจากพระเจ้าหรือไม่ (1 ยอห์น 4:1) เพื่อคัดกรองความจริงจากเท็จในการเผชิญกับเรื่องราววิญญาณและผีสิง เนื้อหาเหล่านี้จะช่วยเสริมความเข้าใจที่ลึกซึ้งและชัดเจนขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องผีสิงคนตามบริบทพระคัมภีร์ไบเบิลและการปฏิบัติในชีวิตจริง พร้อมกับส่งเสริมให้ผู้อ่านมีกำลังใจและแนวทางในการรับมืออย่างถูกต้องและปลอดภัยทางจิตวิญญาณ