Do you know? Pure Riga's acne gel has 2 recipes!
How different? Must watch this clip, girl! 🧏🏻♀️🥰💖👀
# PuricasTeens # Puricas # Acne marks # Black marks # Drug sign
ถ้าใครกำลังเสิร์ชหา “puricas intensive dark spot & acne scar gel” แล้วงงว่าเป็นตัวไหนในไลน์เพียวริก้าส์ ขอเล่าจากที่เราใช้เองแบบเข้าใจง่าย ๆ นะคะ ตัวนี้คือ Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel (หลอด/กล่องที่เขียน Intensive) ที่เน้นเรื่อง “รอยดำ + รอยสิว” เป็นหลัก เหมาะมากกับคนที่สิวหายแล้วแต่ทิ้งรอยไว้ ทำให้หน้าดูไม่ใสสักที ส่วนอีกสูตรที่หลายคนคุ้นชื่อคือ Puricas Dragon’s Blood Scar Gel จะเด่นเรื่องรอยแผล/รอยสิวแบบต้องการการฟื้นบำรุงผิวเฉพาะจุด (หลายคนใช้กับรอยสิวที่ดูเป็นรอยแผล ๆ) แต่ถ้าเป้าหมายหลักของคุณคือ “จางรอยดำหลังสิว” เราว่าหยิบ Intensive มาเริ่มก่อนเข้าเป้ามากกว่า วิธีใช้ที่เราว่าเห็นผลสุด (และช่วยลดการพลาดจนคนกดไม่ค่อยคลิก) คือ 1) แต้มตอนผิวแห้งจริง ๆ หลังล้างหน้า/โทนเนอร์ รอให้เซ็ตตัวสักนิดก่อนลงสกินแคร์ตัวถัดไป 2) ใช้ “แต้มบาง ๆ เฉพาะจุด” พอค่ะ อย่าป้ายหนาเพราะไม่ได้จางไวขึ้น แถมมีโอกาสเป็นขุยเวลาแต่งหน้า 3) ตอนเช้าอย่าลืมกันแดด เพราะรอยดำจะชอบเข้มขึ้นถ้าโดนแดด ต่อให้แต้มเจลดีแค่ไหน 4) ถ้ารอยเป็นทั้ง “รอยแดง + รอยดำ” เราจะโฟกัสแต้มต่อเนื่องอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แล้วค่อยดูแนวโน้ม (ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคนจริง ๆ) ทริคส่วนตัว: เราชอบแบ่งรอยสิวเป็น 2 แบบก่อนเลือกสูตร - รอยดำ (เหมือนเงาเข้ม/น้ำตาล): เอนเอียงไปทาง Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel - รอยที่ดูเป็นแผล/ผิวไม่เรียบ: ลองดูฝั่ง Dragon’s Blood Scar Gel อีกอย่างที่ควรรู้คือเขามีเทคโนโลยี/ส่วนผสมเด่นอย่าง ScarZiro และบางรุ่นมี RSA Technology ซึ่งแบรนด์ชูเรื่องการดูแลรอยแบบเฉพาะทางอยู่แล้ว แต่สุดท้าย “ความสม่ำเสมอ” สำคัญสุดเลยค่ะ แต้มทุกวัน เช้า-เย็น (ถ้าผิวรับไหว) จะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดกว่าแต้ม ๆ หยุด ๆ สรุปสั้น ๆ ให้จำง่าย: ถ้าคุณเสิร์ชมาเพราะอยากจางรอยดำจากสิว ให้เริ่มที่ Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel แล้วจับคู่กับกันแดดดี ๆ โอกาสเห็นผลจะมีกว่าเยอะค่ะ