อ่านแล้วติดมือ จบแล้วติดใจ
The Only One Left (เขาว่าบ้านนี้มีฆาตกร) เป็นนิยายสืบสวนระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์เก่าแก่ชื่อ Hope’s End ซึ่งตั้งโดดเดี่ยวริมหน้าผาสูง 🌊🏚️
บ้านหลังนี้เป็นของ เลโนรา โฮป หญิงชราที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรสังหารครอบครัวตัวเองเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ไม่เคยถูกตัดสินว่าผิด 😶🔪
คนทั้งเมืองเชื่อว่าเธอคือ “คนเดียวที่เหลืออยู่” จากโศกนา ฏกรรมคืนนั้น และความลับทั้งหมดก็ถูกฝังไว้ในบ้านหลังนี้ 🕯️🤫
หลายปีต่อมา คิต ผู้ดูแลสาวได้เข้ามาดูแลเลโนราที่ป่วยและไม่สามารถพูดได้ แต่สามารถสื่อสารด้วยการพิมพ์ดีด ⌨️👀
เมื่อเลโนราเริ่ม “เล่าเรื่องในอดีต” ผ่านตัวอักษร ความจริงที่ค่อย ๆ เปิดเผยกลับน่ากลัวยิ่งกว่าตำนานที่คนเล่าลือ 🩸📜
คำถามสำคัญคือ… ใครกันแน่คือฆาตกร และสิ่งที่ทุกคนเชื่อมาตลอดนั้น “จริงหรือไม่” 😨🧩
////// เรื่องนี้เล่าเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง ว่าข่าวลือจริงมั้ยผ่านหญิงชราที่ค่อยๆกดพิมพ์ดีดทีละตัว ยิ่งอ่านเรายิ่งอินกับเรื่องเหมือนนางเอกว่า เลโนรา จะเล่าอะไรต่อสลับกับคนในบ้านทำตัวแปลกๆ เสียงตอนกลางคืนที่ไม่ควรเกิดขึ้นในห้องของหญิงชราที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มันสนุกมากกกก และหักมุมหลายฉาก คิดว่าเดาออกหรอ? ไม่เลย เรื่องนี้คุณเดาไม่ได้แน่นอนถ้าไม่ได้อ่าน Passenger เรื่องนี้อาจจะได้เป็นที่ 1 ของปี 2025 /////
สำหรับแฟนนิยายแนวสืบสวนและระทึกขวัญ ผมต้องบอกว่า The Only One Left เป็นหนึ่งในเรื่องที่อ่านแล้วไม่สามารถวางได้ง่ายๆ เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านมุมมองของเลโนรา หญิงชราที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรในอดีต แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในคฤหาสน์ Hope’s End กลับไม่ใช่แค่เรื่องเล่าธรรมดา ตัวละครคิต ผู้ดูแลเลโนราก็เพิ่มความน่าติดตาม เพราะเธอเป็นเสมือนสายตาและหูที่ช่วยให้เราได้สัมผัสความน่ากลัวในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ เสียงแปลกๆ ในตอนกลางคืนและการกระทำของคนในบ้านล้วนสร้างบรรยากาศที่ทำให้อารมณ์ร่วมของผู้อ่านพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ผมชื่นชอบอีกอย่าง คือ วิธีการเล่าเรื่องที่ใช้การพิมพ์ดีดเป็นสื่อกลางในการเล่าความจริงของเลโนรา นอกจากจะทำให้เรื่องดูน่าติดตามแล้ว ยังสร้างความรู้สึกเหมือนกำลังเปิดอ่านบันทึกปริศนาในอดีตอย่างช้าๆ ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านค่อยๆ เข้าใกล้ความจริงที่น่ากลัวมากขึ้น เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยการหักมุมที่ไม่สามารถคาดเดาได้ง่ายๆ เหมือนกับที่บทวิจารณ์และรีวิวหลายแห่งพูดถึงว่า "คุณเดาไม่ได้แน่นอนถ้าไม่ได้อ่าน Passenger" ผมเองก็ได้รับประสบการณ์คล้ายกันนี้จากการอ่าน ทำให้นิยายเรื่องนี้กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับปี 2025 ในใจผม ท้ายที่สุด ผมขอแนะนำให้แฟน ๆ ที่ชื่นชอบทั้งความตื่นเต้นและปริศนาได้ลองสัมผัสกับ The Only One Left เรื่องราวที่ไม่เพียงแค่เล่าเรื่องฆาตกรรม แต่ยังบรรจุความลึกซึ้งของตัวละครและความลึกลับที่ทำให้คุณติดใจจนจบเล่มแน่นอน
