Freight Forwarder What New Era Must Be Good At P.1
🚢✈️ The logistics world is changing fast!
So what good does the modern Freight Forwarder have to be to survive? 🌍
Let's look at the first three skills that require 👇
✨ 1.Digital Skill & Data Analytics
AI, Big Data, Blockchain 📊 are changing the way Freight Forwarder works.
📌 Example: Maersk uses Blockchain Real-time B / L document confirmation 💡
✨ 2. Communication & Negotiation 4.0
It must communicate in many channels 🌐, such as Email, WeChat, Line OA.
📌 bargaining with the ship line with Demand-Supply information will close the deal quickly. 🚀
✨ 3.Problem-Solving & Risk Management
Port Congestion, Red Sea Crisis 🌪️ must be fixed on the fly.
📌 Example: Dense Port LA? Switch to secondary Port like Oakland or Houston. 🛳️
---
🔥 There are still 3 key skills that Freight Forwarder needs!
👉 Follow Part 2 Next Clip Definitely Not Missed! 🚀
# FreightForwarder # Logistic Man # FutureSkill # DigitalLogistics # Viral knowledge
ถ้าเพิ่งเข้าวงการโลจิสติกส์ แล้วเจอคำถามฮิตอย่าง “CS Import-Export หน้าที่คืออะไร?” บอกเลยว่างานนี้เป็นเหมือนคนคุมเกมเอกสาร+การประสานงานให้ของเดินได้จริง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยเฉพาะเวลาทำงานร่วมกับ Freight Forwarder/สายเรือ/สายการบิน/ชิปปิ้ง/ลูกค้า งาน CS ที่ดีจะช่วยลดดีเลย์ ลดค่าใช้จ่ายแฝง และทำให้เคสยากๆ จบแบบสวยๆ ได้ **หน้าที่หลักของ CS Import-Export (ภาพรวมที่เจอบ่อยในบริษัท)** 1) **รับบรีฟจากลูกค้าและทำงานกับทีมขาย/โอเปอเรชัน**: เช็กประเภทสินค้า Incoterms ปลายทาง-ต้นทาง วันพร้อมส่ง เงื่อนไขราคา และสิ่งที่ลูกค้ากังวล เช่น อยากได้เรือเร็วหรือเน้นประหยัด 2) **ประสานงานการจองระวาง (Booking) และตารางเรือ/บิน**: ต้องตามตารางเรือ (ETD/ETA) Cut-off ต่างๆ และเงื่อนไขสายเรือ เพื่อกันพลาดตั้งแต่ต้น 3) **ดูเอกสารส่งออก-นำเข้าให้ครบ**: ใบจอง, Shipping Instruction, Invoice/Packlist, ใบอนุญาต/เอกสารพิเศษ, และเอกสารสำคัญอย่าง **B/L** (Bill of Lading) ซึ่งปัจจุบันหลายที่เริ่มขยับไปสู่การทำงานแบบดิจิทัลมากขึ้น บางเคสต้องตามแก้ B/L ให้ทันก่อนเรือออก ไม่งั้นงานจะตันทั้งเส้นทาง 4) **คุมการสื่อสารหลายช่องทาง**: Email, Line OA, WeChat หรือระบบของลูกค้าเอง ต้องตอบไวและสรุปชัด เพราะ 1 ข้อความที่คลุมเครือทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มได้จริง 5) **ติดตามสถานะและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า**: ดีเลย์เรือ, Port Congestion, ตู้ตกเรือ, เอกสารผิด, ลูกค้าขอเปลี่ยนปลายทาง ฯลฯ ตรงนี้คือจุดที่ CS ต้องมีสกิล Problem-solving และ Risk management มากๆ **สิ่งที่ทำให้ CS/Forwarder “ยุคใหม่” ต่างจากเดิม** - **Digital skill & Data analytics**: แนะนำให้เริ่มจากการทำไฟล์ติดตามงานให้เป็นระบบ (เช่น ETD/ETA, ค่าใช้จ่าย, สถานะเอกสาร) แล้วค่อยต่อยอดไปสู่การอ่านข้อมูล Demand-Supply เพื่อช่วยต่อรองกับสายเรือ/เอเจนต์ได้แม่นขึ้น - **การต่อรองและสื่อสารแบบมืออาชีพ**: เวลาเจอเรทแกว่งหรือพื้นที่ตึง ถ้าคุยด้วยข้อมูล (เช่น volume, seasonality, route ทางเลือก) จะปิดดีลได้เร็วขึ้น - **คิดแผนสำรองเสมอ**: ถ้าท่าเรือหลักแน่นจริง ให้เตรียมตัวเลือกท่าเรือรอง/เส้นทางอื่นไว้ตั้งแต่เสนอราคา ไม่ใช่ค่อยหาทางตอนเกิดปัญหา **ทิปส่วนตัวสำหรับคนที่อยากทำงาน CS Import-Export ให้เก่งไว** - ทำเช็กลิสต์เอกสาร/คัตออฟของแต่ละสายเรือไว้ แล้วอัปเดตเรื่อยๆ - เวลาส่งเมลให้ใช้รูปแบบสั้น ชัด มีหัวข้อ: Shipment/Booking/ETD/Action required - เก็บเคสที่เคยพลาดเป็น “บทเรียน” และทำมาตรการกันพลาดรอบหน้า (นี่แหละคือการบริหารความเสี่ยงในชีวิตจริง) ภาพรวมคือ **CS Import-Export ไม่ได้เป็นแค่งานตอบแชต** แต่เป็นคนทำให้กระบวนการนำเข้า-ส่งออกเดินได้ครบทั้งเอกสาร เวลา และการสื่อสาร ใครวางระบบดี + ใช้ดิจิทัลและข้อมูลช่วยตัดสินใจ จะโตในสาย Freight Forwarder ได้เร็วมาก






























































