รู้จัก “BILL OF LADING” แบบง่าย ๆ

🚢 รู้จัก “BILL OF LADING” แบบง่าย ๆ กับ LOGISTICS MAN 📄✨

เอกสารหนึ่งใบที่สำคัญที่สุดในวงการขนส่งทางเรือ!

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “B/L” หรือ “Sea Waybill” แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร วันนี้โลจิสติกส์แมนจะพาไปดูของจริงกันจากตัวอย่างของ EVERGREEN LINE 🇹🇼

💡 BILL OF LADING คืออะไร?

เอกสารนี้เปรียบเสมือน “ใบเสร็จ + สัญญาขนส่ง” ระหว่างผู้ส่งของ (Shipper) และสายเรือ (Carrier) ซึ่งใช้ยืนยันว่า สินค้าได้ถูกโหลดขึ้นเรือเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างทางไปยังผู้รับ (Consignee)

🔍 มาดูแต่ละส่วนใน Bill of Lading กันแบบง่าย ๆ!

🧾 (2) Shipper / Exporter

👉 คือ “ผู้ส่งออกสินค้า” หรือเจ้าของของฝั่งต้นทาง

ในเอกสารจะมีชื่อบริษัทและที่อยู่เต็ม ๆ เพื่อระบุว่าใครเป็นผู้ส่ง

📦 (3) Consignee

👉 คือ “ผู้รับสินค้า” หรือผู้นำเข้าในประเทศปลายทาง

เป็นชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับสินค้าตาม Sea Waybill นี้ เช่น บริษัทผู้นำเข้าในออสเตรเลีย 🇦🇺

📬 (4) Notify Party

👉 ผู้ที่ต้อง “แจ้งเมื่อสินค้ามาถึง”

บางครั้งอาจเป็น Freight Forwarder หรือ Agent ที่ต้องเตรียมเอกสารผ่านพิธีการศุลกากร

⚓ (13) Place of Receipt / (15) Port of Loading

📍 Place of Receipt: SHANGHAI → จุดที่สายเรือรับตู้จากผู้ส่ง

📍 Port of Loading: SHANGHAI → ท่าเรือที่สินค้าโหลดขึ้นเรือจริง

🚢 (16) Port of Discharge / (17) Place of Delivery

📍 Port of Discharge: BRISBANE → ท่าเรือที่เรือจะปล่อยสินค้าลง

📍 Place of Delivery: BRISBANE → จุดส่งมอบสินค้าปลายทาง (อาจเป็นท่าเรือเดียวกัน หรือ Inland Point)

📋 (18)-(21) Container & Cargo Details

🧱 รายละเอียดของสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ เช่น

Container No.: หมายเลขตู้ (เช่น EMCWF*****)

Description of Goods: รายละเอียดสินค้า → “Reprocessed Sponge Underlay”

Quantity & Weight: น้ำหนักรวม 16,250 KGS / ปริมาตร 136 CBM

💡 HI-CUBE หมายถึงตู้คอนเทนเนอร์สูงพิเศษ (สูง 9.6 ฟุต) ใช้บรรทุกของที่ต้องการพื้นที่มากกว่าปกติ!

💰 (24) Freight & Charges

📍 บอกเงื่อนไขการชำระค่าระวาง เช่น “OCEAN FREIGHT PREPAID” หมายถึง ผู้ส่งเป็นฝ่ายจ่ายค่าขนส่งล่วงหน้าแล้ว (หรือจ่ายจากที่ origin เป็นที่เรียบร้อย ตาม incoterm)

📄 (25) B/L No.

🔢 หมายเลขอ้างอิงของ Bill of Lading ใช้ตรวจสอบสถานะขนส่งบนเว็บไซต์ของสายเรือได้เลย 🌐

📅 (27) Place & Date of Issue

📍 ออกที่ “SHENZHEN, CHINA”

🗓 วันที่ออกเอกสาร: 14 AUG 2019

หมายความว่าสินค้าถูกโหลดขึ้นเรือและเริ่มเดินทางในวันนั้นนั่นเอง 🚢🌏

---

🚛 (26) Service Type / Mode

FCL/FCL (Full Container Load) = สินค้าหนึ่งผู้ส่งเต็มตู้ ขนจากจุดหนึ่งถึงจุดหนึ่งโดยไม่เปิดตู้ระหว่างทาง

💬 สรุปง่าย ๆ

Bill of Lading (หรือ Sea Waybill) มี 3 หน้าที่หลัก

1️⃣ เป็นหลักฐานการรับสินค้า

2️⃣ เป็นสัญญาการขนส่งระหว่างผู้ส่ง-สายเรือ

3️⃣ เป็นเอกสารสิทธิ์ในสินค้า (ในกรณี B/L แบบ Negotiable)

🚀 ทำไมต้องรู้เรื่องนี้?

เพราะถ้าคุณทำงานด้านโลจิสติกส์ 🌍 Freight Forwarder 🧭 หรือ Import-Export 💼

เอกสารนี้คือหัวใจของงานเลยครับ!

รู้ B/L = รู้เส้นทางสินค้า = รู้ความเคลื่อนไหวของธุรกิจ 🌐

💬 #โลจิสติกส์แมนสรุปให้

🟢 Bill of Lading = “บัตรประชาชนของสินค้า”

🟢 ขาดไม่ได้ในทุกการขนส่ง

🟢 เข้าใจเอกสารนี้ = เข้าใจทั้งระบบ Supply Chain

📚 #LogisticsMan #BillOfLading #SeaWaybill #โลจิสติกส์แมน #เรียนโลจิสติกส์ให้สนุก #ShippingDocument #ExportImport #EvergreenLine #LogisticsKnowledge #ขนส่งทางเรือ #โลจิสติกส์ไม่ยากอย่างที่คิด

2025/10/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมBill of Lading หรือที่รู้จักในชื่อย่อว่า B/L ถือเป็นเอกสารสำคัญที่สุดใบหนึ่งในวงการโลจิสติกส์และขนส่งทางเรือ เนื่องจากถือเป็นการรับรองว่าผู้ส่งสินค้าได้ส่งมอบสินค้าขึ้นเรือและสายเรือรับสินค้าไว้แล้ว พร้อมทั้งเป็นสัญญาการขนส่งระหว่างผู้ส่งออกและสายเรือ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นเอกสารสิทธิ์ของสินค้าในกรณีที่เป็น B/L แบบ Negotiable ด้วย รายละเอียดในบิลออฟเลดิงที่ต้องใส่ใจ ได้แก่ ชื่อและที่อยู่ของผู้ส่งออก (Shipper) และผู้รับสินค้า (Consignee) รวมทั้งบุคคลที่ต้องได้รับแจ้งเมื่อสินค้ามาถึง (Notify Party) สิ่งต่างๆ เหล่านี้ช่วยให้ทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทานสามารถติดต่อประสานงานได้อย่างราบรื่น รวมถึงการระบุจุดรับสินค้า (Place of Receipt), ท่าเรือที่โหลดสินค้า (Port of Loading), ท่าเรือที่ปล่อยสินค้า (Port of Discharge), และจุดส่งมอบสินค้า (Place of Delivery) ซึ่งล้วนสำคัญในการติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินค้า ปริมาณและรูปแบบการบรรจุสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ (Container & Cargo Details) เช่นหมายเลขตู้, คำอธิบายสินค้า และน้ำหนักรวม มีความสำคัญต่อการตรวจสอบและป้องกันความผิดพลาด เช่น การใช้ตู้แบบ HI-CUBE ที่มีความสูงพิเศษ เพื่อบรรทุกสินค้าที่ต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้น ยิ่งช่วยในการวางแผนการโหลดของและการจัดการตู้คอนเทนเนอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังมีข้อมูลสำคัญเรื่องค่าระวางและช่องทางการชำระเงิน (Freight & Charges) ที่ระบุว่าใครเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น OCEAN FREIGHT PREPAID หมายความว่าค่าระวางถูกชำระล่วงหน้าจากต้นทางตามเงื่อนไข Incoterm ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการเรียกเก็บเงินซ้ำซ้อนหรือการค้างชำระ การออกเอกสารที่ระบุ วันที่และสถานที่ออกใบ B/L เป็นเครื่องยืนยันว่าสินค้าได้ถูกโหลดขึ้นเรือและกำลังเดินทางจริง เช่น จากตัวอย่างที่ออกที่ Shenzhen ประเทศจีนในวันที่ 14 สิงหาคม 2019 และยังมีข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบบริการขนส่ง (Service Type/Mode) เช่น FCL/FCL ที่หมายถึงการขนส่งสินค้าหนึ่งผู้ส่งเต็มตู้ โดยตู้จะถูกปิดไม่เปิดระหว่างทาง เพื่อลดความเสี่ยงในการเสียหายหรือสูญหาย สำหรับผู้ที่ทำงานในธุรกิจโลจิสติกส์, Freight Forwarder หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก การเข้าใจ Bill of Lading อย่างถ่องแท้ไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันปัญหาด้านเอกสาร แต่ยังช่วยให้คุณสามารถติดตามและจัดการเส้นทางสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ "รู้ B/L = รู้เส้นทางสินค้า" ซึ่งหมายถึงการรู้ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจและการจัดการห่วงโซ่อุปทานได้ดียิ่งขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว Bill of Lading เป็นเหมือน "บัตรประชาชนของสินค้า" ที่ขาดไม่ได้ในทุกการขนส่งทางเรือ ใครที่ต้องการประสบความสำเร็จในวงการโลจิสติกส์และส่งออก-นำเข้า การเรียนรู้และเข้าใจเอกสารนี้ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่ง

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Elarin
Elarin

มีตัวอย่างของ wan hai / yang Ming / cosco ไหมคะ อยากให้อธิบายแบบนี้อีกค่ะ อ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลย 👍🥰