📌โครงการเสวนาบรรยายหัวข้อ Smart Warehouse 5.0
📌โครงการเสวนาบรรยายหัวข้อ Smart Warehouse 5.0 Sustainable Exhibition 2026 📦🦺
👍โดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจากบริษัท DHL Supply Chain มาให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีคลังสินค้าอัจฉริยะและนวัตกรรมโลจิสติกส์ยุคใหม่ พร้อมเคล็ดลับดีๆ ในการทำงานด้านโลจิสติกส์ ปี 2026🦾
#วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
#โลจิสติกส์
หลังไปฟังหัวข้อ Smart Warehouse 5.0 จากผู้เชี่ยวชาญฝั่ง DHL Supply Chain สิ่งที่รู้สึกชัดมากคือ “คลังสินค้าอัจฉริยะ” ไม่ได้หมายถึงแค่มีหุ่นยนต์วิ่งในคลัง แต่คือการเอาข้อมูล+ระบบมาช่วยตัดสินใจให้แม่นขึ้น ลดความผิดพลาด และทำงานได้ปลอดภัยกว่าเดิม โดยเฉพาะในบริบทปี 2026 ที่หลายองค์กรโฟกัสทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืน (Sustainable) ไปพร้อมกัน สิ่งที่คนมักค้นหาอย่างคำว่า smart warehouse คลังสินค้า อัจฉริยะ คืออยากรู้ว่ามันประกอบด้วยอะไรบ้าง แบบภาพรวมที่เอาไปคุยงานได้ทันที จากที่ได้เรียนรู้ ขอสรุปเป็น “องค์ประกอบหลัก” ที่เจอบ่อยในคลังยุคใหม่: 1) WMS และการเชื่อมต่อระบบ: ระบบบริหารคลัง (Warehouse Management System) ต้องเชื่อมกับ ERP/ขนส่ง/ออเดอร์ เพื่อให้ข้อมูลสต็อกเรียลไทม์ ลดของขาด-ของเกิน 2) Barcode/QR/RFID: ตั้งแต่รับเข้า-จัดเก็บ-หยิบ-แพ็ก-จ่ายออก หากสแกนเป็นมาตรฐาน จะลดงานมือและลดความผิดพลาดได้เยอะ 3) Automation & Robotics: เช่น สายพาน, ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ (AS/RS), AMR/AGV ช่วยงานซ้ำๆ และงานหนัก ทำให้คนไปทำงานที่ต้องใช้การตัดสินใจแทน 4) Data & Analytics: เก็บข้อมูลรอบการทำงาน (cycle time), อัตราความผิดพลาด, ความหนาแน่นการหยิบสินค้า แล้วเอามาปรับผังคลัง/ปรับจำนวนคนต่อกะให้เหมาะ 5) Safety & Standard: คลังที่ “ฉลาด” ต้องปลอดภัยด้วย ตั้งแต่การแบ่งโซนคน-รถ, ป้ายเตือน, PPE ไปจนถึง SOP ที่ทำให้ทุกกะทำงานเหมือนกัน อีกมุมที่น่าสนใจคือคำว่า “Warehouse 5.0” จะไม่ใช่เน้นเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เน้น Human-centric ด้วย คือออกแบบให้คนทำงานง่ายขึ้น ลดอุบัติเหตุ ลดความเครียดหน้างาน และใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริม ไม่ใช่แทนที่ทั้งหมด ถ้าใครอยากเริ่มทำคลังสินค้าอัจฉริยะแบบค่อยเป็นค่อยไป (เหมาะกับองค์กรที่งบไม่บึ้ม) แนวทางที่คิดว่านำไปใช้ได้จริงคือ: - เริ่มจาก “ข้อมูลให้ถูก” ก่อน: ทำ master data สินค้า/โลเคชันให้เป็นระบบ แล้วค่อยต่อยอดระบบ WMS - ทำ pilot zone: เลือกโซนที่ปัญหาเยอะ (เช่น โซนหยิบขายดี) ทำให้ดีเป็นต้นแบบก่อน - วัดผลด้วย KPI ง่ายๆ: Accuracy, On-time, Order cycle time, Labor productivity แล้วค่อยขยาย สุดท้าย ถ้าเป็นนักศึกษา/คนเริ่มทำงานสาย LOGISTICS MANAGEMENT สิ่งที่ควรเตรียมตัวตามเทรนด์นี้คือการอ่านข้อมูลจากรายงาน WMS, เข้าใจ flow inbound-outbound, พื้นฐาน lean/5S, และการสื่อสารกับทีม IT/วิศวกรรมได้บ้าง เพราะคลังยุคใหม่เป็นงานข้ามทีมมากขึ้นจริงๆ




