🌳การอาบป่า คืออะไร?

อาบป่า...Forest Bathing🌳

🌳การอาบป่า คืออะไร?

แฮคเพิ่งได้เรียนรู้การอาบป่า Forest Bathing หรือ ชินรินโยกุ ก็คือ การใช้เวลาของตัวเราอย่างมีสติ และความสงบให้อยู่ในธรรมชาติ เป็นการเชื่อมโยงสิ่งแวดล้อมรอบตัว ให้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

การอาบป่า ถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในปี 1982 จะไม่ใช่เป็นการออกกำลังกาย หรือการอาบน้ำจริงๆ นะครับ แต่เป็นการดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบและสดชื่นของป่า

🌳 วิธีการอาบป่า สามารถทำได้ง่ายนะครับ เช่น

☘️ ถอดรองเท้า และเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้า พื้นดิน

☘️ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ โดยการสูดอากาศบริสุทธิ์ ดมกลิ่นหอมของดอกไม้ ฟังเสียงจากธรรมชาติ เช่น เสียงจากสายน้ำ ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 รับรู้ถึงพลังและความเงียบสงบของป่า

☘️ ทำใจให้ช้าลง เดินให้ช้าลง และหยุดพักตามต้องการ ปล่อยให้จิตใจอยู่กับช่วงปัจจุบัน ไม่คิดถึงงานหรือปัญหาในชีวิตประจำ วางอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ทุกชนิด

ในทุก ๆ วันนี้ เราเจอปัญหา เจอความเครียดสะสม จนบางทีหาทางออกไม่ได้ การอาบป่าจะ ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด ลดอาการวิตกกังวลและซึมเศร้า ฯลฯ

ลองเดินเข้าป่า หรือธรรมชาติที่ไหนสักที่ และลองอยู่นิ่ง ๆ เพื่อให้ธรรมชาติรอบตัวบำบัดดูนะครับ

🌳 สำหรับกิจกรรมอาบป่า แฮคพักที่ “ @Lisu Lodge by Asian Oasis - Experience Thailand Sustainably เพื่อทำกิจกรรมนี้นะครับ สามารถติดต่อเพื่อจองล่วงหน้าได้ที่นี่ครับ

🌐 : https://www.asianoasis.com/lisulodge

☎️ Tel: +66(0) 83 540 9529

#WorthLifeBalance #WellnessTourism #AmazingThailand #WellnessDestination #เชียงใหม่ #อาบป่า เชียงใหม่

2025/9/16 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามว่า “อาบป่า ภาษาอังกฤษ” คืออะไร คำที่ใช้กันบ่อยที่สุดคือ Forest Bathing หรือภาษาญี่ปุ่นว่า Shinrin-yoku (ชินรินโยกุ) ความหมายของมันไม่ใช่การอาบน้ำในป่าจริงๆ แต่คือการ “แช่ตัว” อยู่กับบรรยากาศของธรรมชาติแบบตั้งใจ ให้ร่างกายและใจได้พักจากความเครียด ถ้าอยากเริ่ม “กิจกรรมอาบป่า” แบบทำเองได้ (ไม่ต้องมีอุปกรณ์เยอะ) นี่คือขั้นตอนที่เราลองแล้วรู้สึกว่าเวิร์ก: 1) ตั้งเป้าหมายให้เบา: ไปเพื่อพัก ไม่ใช่ไปพิชิตระยะทาง หลายครั้งเราไปธรรมชาติแล้วเผลอเดินเร็วเหมือนออกกำลังกาย ลองเปลี่ยนเป็นเดินช้าๆ หยุดได้ตามใจ และไม่ต้องมีจุดหมายชัดก็ได้ 2) วางมือถือไว้ก่อน (หรือใช้โหมดเงียบ) อาบป่าจะได้ผลมากขึ้นเมื่อเราตัดสิ่งรบกวน เราชอบตั้งเวลา 30–60 นาที แล้วเก็บมือถือไว้ในกระเป๋า ใช้แค่ถ่ายรูปช่วงท้ายๆ ก็พอ 3) เปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 แบบทีละอย่าง - การมอง: มองสีเขียวของป่า ลายใบไม้ แสงที่ลอดผ่านกิ่ง - การฟัง: ฟังเสียงน้ำไหล เสียงนก หรือเสียงลม - การดม: ลองสูดกลิ่นดิน กลิ่นใบไม้ เปลือกไม้ - การสัมผัส: แตะเปลือกไม้ ก้อนหินเปียก หรือเอามือจุ่มน้ำลำธาร - การรับรส: ถ้ามีชาหรือน้ำเปล่า ลองจิบช้าๆ แล้วรู้รสให้ชัด (ไม่แนะนำเก็บของป่ามากินเองถ้าไม่มั่นใจ) 4) ลอง “เท้าเปล่า” อย่างปลอดภัย กิจกรรมยอดฮิตคือถอดรองเท้าเดินบนหญ้าหรือดิน หรือแช่เท้าในลำธารสัก 5–10 นาที ความเย็นของน้ำช่วยดึงเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ดีมาก แต่ควรเลือกพื้นที่ที่พื้นไม่คม ไม่มีเศษแก้ว และระวังหินลื่น 5) ทำช่วงสั้นๆ แต่สม่ำเสมอ ถ้าไม่มีเวลาเข้าป่าลึก แค่สวนสาธารณะเงียบๆ ก็ช่วยได้ ลองทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 20–40 นาที แล้วสังเกตว่าหลับง่ายขึ้นไหม เครียดน้อยลงไหม ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ “อาบป่า” ฟีลลิ่งดีขึ้น: เลือกช่วงเช้าหรือเย็นที่คนไม่เยอะ พกน้ำดื่ม ทายากันยุง และใส่เสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก แล้วให้ตัวเองได้หยุดนิ่งจริงๆ บางทีแค่นั่งริมลำธาร หลับตาฟังเสียงน้ำ ก็เหมือนได้ชาร์จแบตให้ใจแล้ว