ปลูกผักสลัดขายช่วยกันเก็บเงินกับแฟน 🥗

ส่วนตัวเรากับแฟนต่างคนต่างมีงานของตัวเองทำช่วงจันทร์-ศุกร์ แล้วก่อนแต่งงานแฟนเริ่มปลูกผักสลัดเล่นๆ ไว้ข้างบ้านไม่กี่กล่องแล้วเริ่มขยายมา 1 โรงปลูกก่อนแต่งงานแบบกะปลูกขายเล่นๆ

หลังจากแต่งงานเรากับแฟนก็ชวนกันขยายเพิ่มมาอีก 2 โรงเรือน แล้วคิดว่าจะเอาเวลาว่างมาปลูกผักสลัดขาย แล้วเอาเงินส่วนนี้เก็บไว้เลยไม่เอามาใช้ สนุกดีนะ มีเงินตรงกลางที่ช่วยกันเก็บแล้วเงินก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือน ได้อยู่กับผักใบเขียวใจฟูมากตอนที่ผักสวย

#ข้อเสียคือ

1.เหนื่อยเพราะทำงานทุกวันเลยจันทร์ถึงศุกร์งานตัวเอง เสาร์อาทิตย์ปลูกผัก

2.ร้อน เหนื่อย เลอะ ถ้าใครไม่ชอบแบบนี้ก็ไม่น่าจะ

ชอบปลูก

3.เกษตรไม่เคยง่าย ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ขนาดแปลงไม่ใหญ่มาก เวลาเป็นโรค มีหนอน ต้นไม่สวย รากเน่า สาระพัดปัญหา ต้องดูแล

4.ต้องคุยกับลูกค้า เวลาผักขาดต้องหามาให้ไม่งั้นลูกค้าหาย บางทีลูกค้าหยุดซื้อไม่บอกล่วงหน้าก็มี ผักเหลือก็ต้องหาที่ขายเอง

5.ไม่แนะนำให้ใครออกจากงงานประจำในทีเดียวแล้วมาลองทำ ถ้ามีเวลาอยากให้ลองทำควบคู่กันไปดู

จะได้ดูความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน

💸เงินจากการปลูกผัก 3 โรงเรือนของเรากับแฟนต่อเดือนเฉลี่ยได้ประมาณ 10,000-12,000 บาทหักต้นทุนแล้ว

#เจ้าของกิจการ #ปลูกผักสลัด

2025/8/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับใครที่กำลังหาข้อมูล “โรงเรือนปลูกผักทำเอง” และอยากปลูก “ผักสลัด” ขายแบบจริงจัง แต่ยังไม่อยากเสี่ยงลาออกจากงานประจำ เราขอแชร์สิ่งที่เราเจอเพิ่มเติมจากการทำไฮโดรโปนิกส์ในโรงเรือน (ตอนนี้เราปลูกกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส ฟินเลย์ ฯลฯ) เผื่อช่วยให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้นค่ะ 1) ก่อนทำโรงเรือน: เช็กพื้นที่และเป้าหมายให้ชัด - พื้นที่ควรมีแดดพอ (เช้าถึงบ่าย) และมีทางระบายน้ำดี เพราะถ้าน้ำขังจะทำงานยากมาก - ตั้งเป้าว่าจะปลูก “กินเอง-แจก-ขาย” แบบไหน เพราะมันกำหนดขนาดโรงเรือนและจำนวนรางปลูกเลย ถ้าตั้งใจขาย แนะนำเริ่มเล็กแต่ให้ระบบนิ่งก่อน แล้วค่อยขยายเหมือนที่เราทำ 2) โครงโรงเรือนทำเองต้องคิดเรื่อง “ร้อน” เป็นอันดับแรก ความท้าทายของปลูกผักสลัดในไทยคืออากาศร้อนค่ะ โรงเรือนช่วยกันฝน กันแมลงบางส่วนก็จริง แต่ถ้าอบเกินไปผักจะไม่ฟู ใบแข็ง โตช้า หรือมีปัญหารากเน่าได้ - ถ้าทำเอง ลองเผื่อช่องลม/ช่องระบายอากาศ และเลือกวัสดุคลุมที่ช่วยกรองแสง ไม่ให้แดดจัดเกิน - ช่วงอากาศร้อนมาก เราจะคุมตารางทำงานให้รดน้ำ/เช็กระบบตอนเช้ากับเย็น ลดการลงไปทำตอนเที่ยง เพราะเหนื่อยและผักก็เครียด 3) ระบบไฮโดรโปนิกส์: ทำให้ “น้ำ” นิ่งก่อน ผักถึงจะสวย หลายคนคิดว่ายาก แต่จริงๆ ถ้าคุมความสะอาดกับการเช็กสม่ำเสมอ ผักจะออกมาฟูๆ แบบกรีนโอ๊ค และคอสอวบกรอบได้ - ทำความสะอาดราง/ถังน้ำตามรอบ ลดตะไคร่ ลดกลิ่น และลดปัญหารากเน่า - เช็กความแรงของปั๊ม/การไหลของน้ำทุกวันสั้นๆ เพราะแค่ระบบสะดุดไม่กี่ชั่วโมง ผักบางรุ่นก็ชะงักแล้ว 4) ปัญหาที่คนค้นหาเยอะ: หนอน โรค รากเน่า รับมือยังไง จากที่เราปลูกจริง ปัญหามักมาแบบไม่เตือนล่วงหน้า - หนอน/แมลง: ถ้าเห็นใบเป็นรูให้รีบแยกต้นที่มีปัญหาออกก่อน เพื่อไม่ให้ลามทั้งแถว - โรค/ต้นไม่สวย: อย่าฝืนขายปนกับผักสวย เพราะลูกค้าจะจำภาพรวมแบรนด์เราได้ แยกเกรดไว้ทำกินเอง/ขายราคาลด - รากเน่า: เราให้ความสำคัญกับความสะอาดของระบบและการไม่ปล่อยให้น้ำร้อนเกิน (ช่วงแดดจัดต้องคุมโรงเรือนให้ไม่อบ) 5) ถ้าปลูกขาย: วางแผน “รอบตัด” และการคุยกับลูกค้า สิ่งที่ทำให้ขายต่อเนื่องไม่ใช่แค่ปลูกเก่ง แต่คือบริหารผักไม่ให้ขาดและไม่ให้เหลือ - ทำตารางเพาะ/ย้ายปลูกเป็นชุดๆ จะได้มีผักออกสม่ำเสมอ ไม่ใช่ออกทีเดียวแล้วเงียบยาว - ลูกค้าประจำมักชอบผักตัวเดิมๆ เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส เราเลยจะกันโควตาไว้ และปลูกชนิดอื่นเสริมเพื่อกระจายความเสี่ยง - เวลา “ผักขาด” เราจะรีบแจ้งลูกค้าตรงๆ และเสนอทางเลือก เช่น เปลี่ยนเป็นคอสหรือกรีนโอ๊คแทน พร้อมบอกรสสัมผัสว่าแบบไหนกรอบกว่า/หวานกว่า ลูกค้าจะรู้สึกว่าเราใส่ใจ 6) คำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่ทำควบคู่งานประจำ - เริ่มจากขนาดที่ดูแลไหวก่อน เพราะปลูกผักสลัดต้องเช็กแทบทุกวันจริงๆ - เก็บบันทึกต้นทุนคร่าวๆ (เมล็ด ฟองน้ำ ปุ๋ย A/B ค่าไฟ ค่าน้ำ วัสดุโรงเรือน) จะรู้เลยว่า “คุ้ม” แค่ไหน และควรขยายหรือปรับจุดไหน หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยให้คนที่อยากทำโรงเรือนปลูกผักสลัดทำเองเห็นภาพมากขึ้นนะคะ ถ้ากำลังลังเล เราว่าลองทำเล็กๆ ให้ระบบนิ่งก่อน แล้วค่อยขยายจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

ค้นหา ·
ปลูกผักสลัดขาย

7 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Phakkhawan
Phakkhawan

ตัวเองอยู่จังหวัดไหนคะ อากาศมีส่วนมั้ยคะ แนะนำเม็ดผักหน่อยได้มั้ยคะ

ดูเพิ่มเติม(2)
รูปภาพของ babii.mari
babii.mari

อยากทำบ้างเลยค่ะ เพราะขายแซนวิชอยู่แล้ว แต่ต้องมีพื้นที่เยอะๆ ไม่รู้จะเริ่มจากที่ไหนด้วยค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม