เราไม่เหมาะกับงานประจำจริงๆ แหละ

หลังเรียนจบใหม่ๆ (จบปี2559) ได้เริ่มทำงานจริงๆ คือปีที่ 2 หลังจบ การทำงานประจำทำให้เรียนรู้ว่าเราไม่เหมาะกับมันเลยเพราะ

1.ไม่ชอบการถูกออกคำสั่ง 5555 ซึ่งถ้าทำงานประจำมันปกติมากที่เราต้องทำตามที่เค้าบอกแต่นี่ๆดันไม่ชอบ แบบไม่ชอบให้สั่งว่าต้องทำนั่นน่ะนี่นะ บางทีก็โยนอะไรมาให้ทำก็ไม่รู้แล้วเราต้องทำแล้วบอกว่าคือชาเลนจ์ให้เก่งขึ้น5555 บางอย่างก็ใช่แค่บางอย่างคิดว่าแค่อยากโยนมาเฉยๆ

2.เป็นคนชอบเถียง เสียงในหัวมันดังเกินจนเผลอพูด

3.ไม่ชอบตื่นเช้า ไม่ชอบฝ่ารถติด จำได้ว่าตอนทำงานบางทีเลิกงานก็หกโมงแล้วบางวันก็ค่ำ ออกมาไม่เจอแสงแดดอุ่นๆ ให้โดนตัวแล้วก็เศร้า

4.วันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ คนไม่เยอะ ไม่ต้องแก่งแย่งเบียดเสียดกันตามร้านอาหารร้านนั่นร้านนี่ตอนทำงานประจำชอบมองคนพวกนั้นว่าเค้าทำงานอะไรกันนะแบบตาละห้อย

5.อยากกำหนดชีวิตตัวเองได้ จะดีไม่ดี ห่วย ก็รับผิดชอบผลตัวเองได้ ผิดก็ด่าตัวเอง5555 ไม่ต้องมีใครมาด่าซ้ำ

6.เบื่อการเจ๊าะแจ๊ะ ไม่ได้อินกับการต้องจับกลุ่มแบบฝืนๆ แต่อยู่ได้นะแค่ถ้าเลือกไม่ทำได้ก็จะไม่ทำอยากทำงานเสร็จแล้วกลับคุยพอเป็นพิธี เบื่อการรวมกลุ่มทำกิจกรรม พอเราอินดี้เกินไม่อินกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่อินมันก็จะดูแปลกๆ ดูหัวเดียวกระเทียมลีบ

7.เป็นคนอดทนกับอะไรที่ไม่ชอบได้ต่ำ ไม่ชอบในที่นี้คือเรารู้ว่ายังไงเราก็จะไม่ไปต่อกับสิ่งนี้ในอนาคตข้างหน้าอยู่แล้ว

8.ไม่ได้อยากก้าวหน้าในสายงานประจำ ไม่ได้อยากเลื่อนไปเป็นหัวหน้า ไม่ได้อยากกับผิดชอบคนเพิ่มขึ้นไม่ได้อยากเป็นหัวหน้าโปรเจค ไม่ได้อยากดีลกับน้องในทีม

งานประจำไม่ได้ไม่ดีนะ นี่ชื่นชมคนที่เค้าชอบการทำงานประด้วยซ้ำเก่งมากนะ เรารู้สึกมันไม่ใช่ทางดราด้วยเหตุผลที่บอกเฉยๆ มันเลยไม่เหมาะ ตอนนี้สบายใจดีกับสิ่งที่เลือกยินดีกับข้อดีข้อเสียทุกอย่างพร้อมรับเลยสบายใจมากๆ

#งานประจํา #ไม่เหมาะกับงานประจำ #เล่าเรื่องตัวเอง

1/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากได้อ่านและสะท้อนถึงประสบการณ์ที่ผู้เขียนแชร์เกี่ยวกับการไม่เหมาะกับงานประจำ ผมเชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกตรงกันในบางจุด กรณีนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการทำงานในบทบาทเดิมๆ ของงานประจำอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ที่ชอบความอิสระหรือรสนิยมชีวิตที่แตกต่างกัน หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่หลายคนเผชิญ คือความไม่ชอบถูกสั่งการ หรือที่เห็นได้ชัดคือความรู้สึกต่อต้านการรับคำสั่ง อาจเพราะต้องการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ หรืออยากได้พื้นที่ในการตัดสินใจด้วยตนเอง การทำงานประจำที่มีข้อจำกัดในแง่นี้อาจทำให้สูญเสียแรงจูงใจและความสุขในการทำงานได้ นอกจากนั้น การเผชิญกับสิ่งที่ไม่ชอบ เช่น การตื่นเช้าฝ่าฟันรถติด หรือความจำเจต่อกิจวัตรเดิมๆ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รู้สึกหมดแรงบันดาลใจ การทำงานบางครั้งไม่ได้มีกำหนดเวลาที่ยืดหยุ่น หรือที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตถูกบังคับในกรอบเวลาที่คับแคบ อีกส่วนหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือความต้องการในการสื่อสารและความสัมพันธ์ ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ผู้เขียนรู้สึกไม่ค่อยชอบการจับกลุ่มหรืองานสังสรรค์ในที่ทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อความอินดี้หรือลักษณะนิสัยไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร การทำความเข้าใจและยอมรับธรรมชาติของตัวเองเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะช่วยป้องกันความเครียดและความรู้สึกแปลกแยก สุดท้าย การไม่อยากก้าวหน้าในสายงานประจำ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความมุ่งมั่น แต่เป็นเรื่องของความชอบและเป้าหมายชีวิตที่ต่างกัน บางคนแค่ต้องการรักษาคุณภาพชีวิต และเลือกทำสิ่งที่ตนเองรักโดยไม่จำเป็นต้องไต่ระดับตำแหน่งงาน จากประสบการณ์ส่วนตัว การยอมรับตัวเองว่าบางประเภทงานไม่เหมาะกับเรา และหันไปหาวิถีที่ตอบโจทย์ตัวเองได้จริง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ชีวิตการทำงานเพลิดเพลินและยั่งยืนกว่า สุดท้ายแล้ว ไม่มีรูปแบบงานใดผิดหรือถูก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความสุขในแต่ละบุคคล

14 ความคิดเห็น

รูปภาพของ 💸💎🧧🎁
💸💎🧧🎁

เราเคยทนอยู่แบบนั้นมา 7 ปี ตอนนี้ลาออกมาเป็นแม่บ้านให้สามี 2 ปีกว่าแล้วรู้สึกสบายใจสุดๆ ที่คุณพูดมันถูกทุกอย่าง

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Mim Mim
Mim Mim

เราเคยทนกับความกดดัน ความลำเอียง ของหัวหน้าบลาๆมา10กว่าปี ตอนนี้ออกมาจะเกือบปีล่ะ สบายใจ ถึงรายได้อิสระที่ทำอยู่บางครั้งอาจไม่เพียงพอ แต่สิ่งที่ได้มีเวลาและความสบายใจของตัวเองมากๆ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม