ทรง Soft Mullet เลเยอร์เป็นชั้นที่ชัดเจน เป่าแห้งก๋เข้าทรง #ทรงผมยอดฮิต #ร้านทำผมดังในติ๊กต๊อก #ร้านทำผมพิษณุโลก #ร้านตัดผมพิษณุโลก
หลายคนถามว่า Soft Mullet ต่างจาก Wolf Cut ยังไง สำหรับเราทรงนี้คือ “มัลเล็ตที่ซอฟต์” คือยังมีเลเยอร์เป็นชั้น ๆ ให้ผมดูพองมีวอลลุ่มแบบวูฟคัท แต่ปลายผมจะไม่แหลม/ไม่แตกมาก ทำให้ลุคดูละมุน ใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนที่อยากได้ทรงผมผู้หญิงที่ดูเท่แบบมีมิติ แต่ไม่อยากดูแรงเกินไป ถ้าผมสั้น: แนะนำ Soft Mullet ผู้หญิงผมสั้นที่มีหน้าม้าบาง ๆ หรือปอยข้างแก้ม จะช่วยบาลานซ์กรอบหน้าให้ดูซอฟต์ขึ้น จุดสำคัญคือให้ช่าง “สไลด์เลเยอร์” ด้านบนให้ยกตัวนิด ๆ และเก็บท้ายทอยให้พอดี ไม่ยาวเป็นหางชัดเกิน จะได้ฟีลซอฟต์มัลเล็ตจริง ๆ ถ้าผมประบ่า: Soft mullet ผู้หญิงประบ่าจะสวยมาก เพราะเลเยอร์จะเห็นชัดตอนปลายสะบัดนิด ๆ แนะนำให้บอกช่างว่าอยากได้เลเยอร์รอบศีรษะ (คล้ายวูฟคัทเลเยอร์) แต่ให้ปลาย “ฟุ้ง” ไม่บางจนดูผมแตก และขอกรอบหน้าแบบทรงผมรากไทรเบา ๆ เพื่อช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้นเวลาเสยผม วิธีบอกช่างให้ได้ทรงตรงใจ (กันพลาด): - ขอ “Soft Mullet / Wolf Cut Mullet แบบเลเยอร์ชัด” - ระบุความยาวท้ายทอยที่รับได้ (สั้น/กำลังดี/ยาวนิด ๆ) - ขอกรอบหน้าไล่ระดับ (ปอยหน้า) และเลือกมี/ไม่มีหน้าม้า - ถ้าผมหนา บอกให้ซอยลดน้ำหนักเฉพาะด้านใน อย่าซอยบางทั้งหัว จะทำให้ฟูชี้ ทริคเซ็ตให้เข้าทรงแบบเป่าแห้งก็สวย: - ตอนเป่าให้ยกโคนผมด้านบนขึ้นเล็กน้อย แล้วเป่าตามทิศทางเลเยอร์ - ใช้ไดร์หัวปากแคบเป่าปลายให้ “งุ้ม/สะบัด” ทีละช่อ จะเห็นชั้นสวยขึ้น - ใส่แว็กซ์หรือครีมจัดทรงนิดเดียวที่ปลายผม เน้นแยกช่อ ไม่ต้องใส่เยอะ ใครกำลังเล็งทรง mullet ผู้หญิงหรือ soft mullet/wolf cut แต่กลัวดูแมนไป บอกเลยว่า “Soft Mullet” เป็นตัวเลือกกลาง ๆ ที่กำลังพอดี ได้ความเท่แบบมีเลเยอร์ แต่ยังดูหวานละมุน ใส่กับทุกลุคได้ง่ายมาก


