2/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายครั้งที่ผมเองก็เคยประสบกับสถานการณ์ที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนใจร้อนมากกว่าใจเย็น แต่ก็พยายามทำตัวเองให้ดูสงบและใจเย็นมากขึ้น เพื่อที่จะไม่ให้ความร้อนรุ่มในใจนั้นส่งผลกระทบกับคนรอบข้างหรืองานที่ทำ สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ การแกล้งใจเย็นหรือการพยายามควบคุมอารมณ์นี่แหละ เป็นเรื่องยากแต่สำคัญมาก การรู้จักสังเกตตัวเองและตระหนักถึงความรู้สึกที่แท้จริงในแต่ละช่วงเวลาช่วยให้เรารู้ว่าเมื่อไหร่ควรปล่อยวางและเมื่อไหร่ควรยั้งใจ การเขียนบันทึกความรู้สึกหรือพูดคุยกับคนใกล้ชิดเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้จัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น ในมุมมองของผม การยอมรับว่าตัวเองเป็นคนใจร้อนก็ไม่ได้แปลว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองหมด แต่คือการเรียนรู้วิธีระบายและปรับตัวในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวัน การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและมีเวลาพักผ่อนช่วยลดความเครียดซึ่งเป็นต้นเหตุของความใจร้อนได้ดี เมื่อเรารู้จักบาลานซ์ชีวิตได้อย่างพอดี เราก็จะไม่ต้องแกล้งใจเย็นอีกต่อไป เพราะใจเย็นนั้นจะเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเอง