หลวงพ่อ.... วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มรณภาพแล้วท่านไปพระนิพพาน

หลวงพ่อ.... วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มรณภาพแล้วท่านไปพระนิพพาน

#หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มรณภาพแล้วท่านไปพระนิพพาน

หลวงพ่อฤาษี

เรื่องที่ ๑๒ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มรณภาพแล้วท่านไปพระนิพพาน

“..#ขึ้นไปพระจุฬามณีเจดียสถาน บนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก พอจะเข้าประตูก็พบพระอรหันต์องค์หนึ่งออกมา ท่านคือ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ถามท่านว่า “หลวงพ่ออยู่ที่ไหนครับ”ท่านบอกว่า “แกเสือกบอกเขาแล้วว่า ข้าไปอยู่นิพพาน แกมาถามข้าทำไม” ถามต่อว่า “หลวงพ่อไปหรือเปล่า ถ้าไม่ไปผมโกหกเขานะ”

ท่านตอบว่า “ไม่โกหกหรอก ข้าไปนิพพานแน่” เรื่องที่เขาพูดหาว่าข้าเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ ที่ตั้งฐานกำหนดลมไว้ ๗ ฐาน เกินพระพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้าท่านกำหนดไว้ ๓ ฐาน เขาเลยหาว่าข้าแข่งบารมีกับพระพุทธเจ้า แต่ความจริงเจตนาข้ามันเป็นอย่างนี้ ไอ้คนจิตฟุ้งซ่าน ถ้าจะมีอารมณ์จิตเป็นสมาธิจะต้องจับหลายๆ แห่ง เพราะต้องระวังมากอารมณ์ถึงจะทรงอยู่ นี่เขาไม่สนใจกัน มีแกคนเดียวที่เข้าใจดี และกายเทพ กายพรหม กายธรรม กายนิพพานก็เหมือนกัน ก็มีแกคนเดียวที่เข้าใจข้า นอกนั้นเขาหาว่าข้าบ้า เอาเรื่องที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนมาสอน”

#กายทิพย์ หมายความว่า ได้อุปจารฌานเล็กน้อย จัดเป็นกายทิพย์

#กายเทพ ก็เข้าถึงจุดอุปจารฌาน จะเกิดเป็นเทวดาชั้นยามาได้เหมือนกัน ถ้าพูดถึงกายภายในเหมือนกันหมด

#กายพรหม ก็เป็นที่ทรงฌานได้ครบองค์ฌาน พอตายแล้วไปเป็นพรหม ก็เลยเรียกว่ากายพรหม

#กายธรรม ก็หมายถึงว่า ได้อริยเจ้า

#กายนิพพาน ก็หมายถึงว่า คนนั้นได้อรหันต์แล้ว

ท่านบอกว่า “มีแกคนเดียวที่พอพูดให้ชาวบ้านเขาฟัง มันตรงตามความประสงค์ของข้านอกนั้นเขาหาว่าข้าบ้าๆ บอๆ บางคนหาว่า อวดอุตตริมนุสสธรรม ข้าก็ไม่ว่าอะไรเขาหรอก”หลังจากนั้นอาตมาก็ลาท่านเข้าไปในพระจุฬามณี วันนี้พระอรหันต์เต็มเอี๊ยด พรหมออกมาหมดแล้ว เทวดาก็ยังไม่กลับ พระอรหันต์เหมือนเอาดาวไปวางไว้สวยสะพรั่ง ร่างกายเป็นเหมือนแก้ว พระอรหันต์นิพพานแล้วบ้าง พระอรหันต์คนบ้าง ก็สวยเหมือนกัน พระพุทธเจ้าทรงเปล่งฉัพพรรณรังสีต่างๆ สวยมาก..”

ข้อมูลจากหนังสือ ตายแล้วไปไหน_หลวงพ่อฤาษี

#ตายแล้วไปไหน_หลวงพ่อฤาษี2

2025/9/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประเด็นการไปสู่พระนิพพานของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เราจะเห็นได้ว่าการเข้าใจเรื่องกายทิพย์และกายธรรมเป็นสิ่งสำคัญในการเข้าถึงธรรมะอย่างลึกซึ้ง หลวงพ่อได้กล่าวถึง "กายทิพย์" ว่าเป็นสภาพจิตที่เริ่มมีอุปจารฌานเล็กน้อย คือการรวมจิตได้บางส่วนที่สามารถแยกออกจากร่างกายทางกายภาพได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกจิตขั้นสูง ส่วน "กายเทพ" นั้น หมายถึงการพัฒนาจิตไปถึงอุปจารฌานจนสามารถเป็นเทวดาชั้นยามาได้ หรือก็คือการมีรูปแบบจิตที่ละเอียดและบริสุทธิ์มากขึ้น เหมือนกับเทพในชั้นฟ้า ที่ยังคงมีร่างกายที่สว่างไสวและสามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยจิต เมื่อก้าวสู่ "กายพรหม" คือระดับที่ทรงฌานได้ครบองค์ฌาน และเมื่อสิ้นชีวิตจะไปเป็นพรหม หรือเทพชั้นสูงมากขึ้น เป็นการแสดงถึงความสมบูรณ์ของฌานและความบริสุทธิ์จิตใจที่สูงสุดในสภาพแห่งการเกิดใหม่ในภพที่ดี ในทางกลับกัน "กายธรรม" หมายถึงผู้ที่ได้บรรลุอริยเจ้า หรือระดับที่ละกิเลสในระดับหนึ่งจนถึงขั้นพระอริยะ จิตใจสะอาดและพร้อมที่จะดับทุกข์อย่างแท้จริง สุดท้าย "กายนิพพาน" คือระดับสูงสุดที่องค์พระอรหันต์บรรลุ คือการหลุดพ้นจากทุกข์และวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอย่างสมบูรณ์นิรันดร์ การเข้าใจสีสันและแสงรัศมีที่พระพุทธเจ้าทรงเปล่งฉัพพรรณรังสี แสดงให้เห็นถึงความงามและความบริสุทธิ์อันสูงสุดของจิตวิญญาณที่บรรลุธรรม ความจริงเหล่านี้สะท้อนถึงความหลากหลายของประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้ประสบและสอนในชีวิต สำหรับผู้ที่สนใจธรรมะและการพัฒนาจิต การศึกษาคำสอนและประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยเปิดมุมมองและเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเดินทางสู่พระนิพพานอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้ปฏิบัติธรรมอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง เพื่อนำพาใจให้สงบและหลุดพ้นจากความทุกข์ในที่สุด