#พิธีต่ออายุใหญ่ตามตำรับโบราณ ตามวิธีโบราณาจารย์ท่านสอนไว้อย่า

#พิธีต่ออายุใหญ่ตามตำรับโบราณ

ตามวิธีโบราณาจารย์ท่านสอนไว้อย่างนี้นะว่า วิธีต่ออายุใหญ่ คือถึงปีหนึ่งถ้าเป็นวันเกิดหรือเป็นวันสำคัญของเรา วันไหนก็ได้ทำกับข้าว ทำอาหารพิเศษตามที่เราพอใจ เท่าที่ทุนจะพึงมี จัดการใส่บาตรแก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา แล้วก็ถ้าหากว่ามีสตางค์ก็สร้างพระพุทธรูปสัก ๑ องค์

พระพุทธรูปนี่จะเป็นพระดินเหนียวก็ได้ เป็นพระปูนซีเมนต์ก็ได้ เป็นปูนปลาสเตอร์ก็ได้ หรือพระโลหะก็ได้ไม่จำกัด เพราะเป็นรูปพระแล้ว มีอานิสงส์เสมอกัน แต่ต้องมีหน้าตักไม่น้อยกว่า ๔ นิ้ว ถวายไว้เป็นสมบัติของสงฆ์

หลังจากนั้นก็เอาสัตว์ที่จะพึงถูกฆ่าตาย อย่างที่เขานำเอามาขายเพื่อแกงหรือที่เขาทอดแหสุ่มปลาได้ ถ้ามีสตางค์ก็ไปซื้อเขาสักตัว ๒ ตัว ตามกำลัง แล้วปล่อยไป และก็อุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร และเทวดาผู้รักษาชีวิต

ท่านบอกว่าถ้าทำอย่างนี้เป็นนิจ คำว่า

อุปฆาตกกรรม คือกรรมที่เข้ามาริดรอนก่อนอายุขัยก็ดี และ อกาลมรณะ การที่จะตายก่อนอายุขัยก็ดี จะไม่มีสำหรับผู้ที่ทำแบบนี้ แต่ทว่าถ้ากรรมอย่างนี้เข้ามาถึงแค่ป่วยไม่มากก็เป็นของธรรมดา

จากหนังสือ โอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุง

เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๑๗๘

โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

2/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ในการปฏิบัติตามพิธีต่ออายุใหญ่แบบโบราณ พบว่าการจัดเตรียมอาหารพิเศษเพื่อใช้ในวันสำคัญของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดหรือวันอื่นๆ ที่มีความหมายทางจิตใจ ถือเป็นการสร้างความสำนึกรักชีวิตและความสุขภายในใจอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้การถวายพระพุทธรูป ไม่ว่าจะเป็นพระดินเหนียว ปูนซีเมนต์ หรือพระโลหะ ก็ตาม เป็นการสร้างบุญใหญ่ที่มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่ารูปธรรม เหมือนเป็นการถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะคุ้มครองและเพิ่มพลังบวกให้กับชีวิต นับเป็นตัวแทนของความดีที่เราตั้งใจถวายแก่พระสงฆ์และสังคม การปล่อยสัตว์ตามกำลังที่มี ถือเป็นการแสดงความเมตตาและปล่อยวางจากการเบียดเบียนชีวิตอื่น ด้วยความเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ชีวิตเราได้รับผลบุญใหญ่ ช่วยขจัดอุปสรรคและเคราะห์กรรมต่างๆ ที่อาจทำให้ชีวิตสั้นลงหรือล้มเหลวไปก่อนเวลาอันควร สิ่งสำคัญของพิธีคือความตั้งใจจริงในการปฏิบัติและความเป็นประจำ ไม่ใช่แค่การทำครั้งเดียว แต่อย่างสม่ำเสมอจะช่วยส่งเสริมสุขภาพกายใจ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม้จะเจ็บไข้ได้ป่วยบ้างก็จะไม่รุนแรงมาก เพราะเชื่อว่าบุญกุศลที่สร้างไว้นั้นช่วยปกป้อง การอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรและเทวดาผู้รักษาชีวิต สอนให้เรารู้จักรับผิดชอบต่อกรรมและสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างมีสติ เป็นการคารวะและขอความคุ้มครองจากสิ่งที่เรามองไม่เห็นแต่มีอำนาจในชีวิต จากประสบการณ์ของผมเอง เมื่อได้ลองปฏิบัติตามพิธีนี้เห็นผลในเรื่องจิตใจที่สงบและรู้สึกมีพลังบวกมากขึ้น มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ รอบตัว และรู้สึกว่าชีวิตมีโอกาสที่จะดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านสุขภาพและโชคลาภ ถือว่าเป็นประเพณีที่ยังคงคุณค่าทางจิตใจและเหมาะกับการนำมาปรับใช้ในชีวิตยุคปัจจุบันเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว