ขออโหสิกรรม..ทุกวันแผ่เมตตา..ทุกวัน.กายกรรม วจีกรรม มโนกร
ขออโหสิกรรม..ทุกวัน
แผ่เมตตา..ทุกวัน
.
กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด
ทั้งโดยตั้งใจก็ดีไม่ได้ตั้งใจก็ดี
ในภพชาติใดก็ตาม
.
ขอให้เจ้ากรรม นายเวรทั้งหลาย จงได้โปรดยกโทษ ให้เป็นอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า
อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย
.
แม้แต่กรรมใดที่ใคร ๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม
ข้าพเจ้าขออโหสิกรร มให้ทั้งสิ้น ....สาธุ
การปฏิบัติขออโหสิกรรมและแผ่เมตตาเป็นการฝึกจิตใจที่ช่วยปลดปล่อยภาระกรรมและบรรเทาความทุกข์จากความเครียดทางใจในชีวิตประจำวัน จากประสบการณ์ส่วนตัว การสวดขออโหสิกรรมเป็นประจำทุกวันไม่เพียงแค่ช่วยให้รู้สึกสงบขึ้น ยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลของกรรมอย่างชัดเจนมากขึ้น การกล่าวคำขอโทษต่อผู้ที่เคยได้รับผลกระทบจากกายกรรม (การกระทำทางกาย) วจีกรรม (คำพูด) และมโนกรรม (ความคิด) ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ยิ่งช่วยให้จิตใจเกิดความเมตตาต่อผู้อื่นและตนเอง นอกจากจะทำให้จิตใจสงบแล้ว ยังเป็นการสร้างนิสัยให้อภัยและปล่อยวางเจ้ากรรมนายเวร ลดความกังวลและความขัดแย้งในใจ นำไปสู่ความสุขและความสันติในชีวิต การแผ่เมตตาควบคู่ไปกับการขออโหสิกรรม ถือว่ามีพลังสะกดจิตและเปลี่ยนแปลงพลังงานในร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและสังคม เพราะเมื่อใจเรามีเมตตาต่อผู้อื่น ย่อมส่งผลให้ผู้อื่นรู้สึกดีและเปิดใจตอบกลับด้วยความเมตตา การทำสมาธิหรือสวดมนต์ประกอบกับคำขอโทษและแผ่เมตตาจะช่วยให้การปฏิบัติธรรมนี้ลึกซึ้งและมีความหมายมากขึ้น นอกจากนี้ การนำหลักการนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การให้อภัยตัวเองและผู้อื่นเมื่อเกิดความผิดพลาด จะช่วยลดความเครียดและเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี ท้ายที่สุด การขออโหสิกรรมและแผ่เมตตาเป็นเหมือนการทำความสะอาดใจให้บริสุทธิ์ทุกวัน เหมือนการล้างบาปและเปิดโอกาสให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบสุขและเป็นอิสระจากทุกข์เดิมๆ ที่เกิดจากกรรมเก่า ไม่ว่าจะในภพชาตินี้หรือภพชาติที่ผ่านมา



