-วันอาสาฬหบูชา-คำว่า อาสาฬห เขาก็แปลว่า กลางเดือน ๘ ถือว่าเป็นการบูชาเพ็ญกลางเดือน ๘ เพราะว่าเ

-วันอาสาฬหบูชา-

คำว่า อาสาฬห เขาก็แปลว่า กลางเดือน ๘ ถือว่าเป็นการบูชาเพ็ญกลางเดือน ๘ เพราะว่าเพ็ญกลางเดือน ๘ นี้ ปรากฏว่าเป็นวันที่องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว องค์สมเด็จพระประทีปแก้วเทศน์เป็นกัณฑ์แรก เรียกกันว่าเทศน์ #ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เทศน์โปรดปัญจวัคคีย์ฤๅษีทั้ง ๕ มี โกณฑัญญะ เป็นต้น

องค์สมเด็จพระประทีปแก้วจึงได้มีพระพุทธฎีกาตรัสว่า

“บรรดาท่านทั้งหลาย การประพฤติปฏิบัติของพวกเราที่ทำมาก่อน ตามแบบฉบับของพราหมณ์เป็นการทรงทุกรกิริยามาก อย่างนี้ไม่ใช่ทางบรรลุมรรคผล เพราะว่าทางนี้เราทำมาแล้ว สิ้นเวลา ๖ ปี แต่ไม่ได้อะไรเลย การบรรลุมรรคผลคราวนี้เราได้ทางใจ ต้องบำรุงร่างกายให้สมบูรณ์บริบูรณ์ มีกำลังดี จึงสามารถจะทรงขั้นฌานโลกีย์ไว้ได้ ต่อจากนั้นจึงใช้ปัญญาที่เกิดจากกำลังของฌาน ตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน อย่างนี้จึงจะชื่อว่าบรรลุมรรคผล”

การที่จะบรรลุมรรคผลในพระพุทธศาสนานี้ จะต้องปฏิบัติตามแบบนี้จึงจะมีผล คือว่าต้องละส่วนสุด ๒ อย่าง คือ

๑. #อัตตกิลมถานุโยค เวลาที่ปฏิบัติอย่าให้ร่างกายมันเครียดเกินไป ถ้าเครียดถึงขั้นทรมานกาย อย่างนี้ไม่บรรลุมรรคผล

๒. #กามสุขัลลิกานุโยค (คำว่า “กาม” แปลว่า ความใคร่) หมายความว่า ขณะที่เจริญสมาธิก็ดี เจริญวิปัสสนาก็ดี ในตอนนี้วางอารมณ์การอยากได้อย่างโน้น อยากได้อย่างนี้เสีย ใช้อารมณ์ตัดเป็นสำคัญ ใช้ใจสบาย ๆ

และองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาก็ตรัสว่า

“ผลแห่งการบรรลุจริง ๆ ก็คือ #มัชฌิมาปฏิปทา การทรงอารมณ์ต้องทรงแบบสบาย ๆ ไม่เครียดเกินไป ไม่ย่อหย่อนเกินไป”

ครั้นเมื่อองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาตรัสอย่างนี้แล้ว องค์สมเด็จพระประทีปแก้วจึงได้ตรัสใจความของธัมมจักกัปปวัตตนสูตรสำหรับใจความจริง ๆ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ความมุ่งหมายขององค์สมเด็จพระจอมไตรก็หมายเอา #อริยสัจ คืออริยสัจที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสก็หมายถึงเป็นเรื่องของความจริง ความจริงพอพูดกันถึงอริยสัจนี่ บางท่านอยากจะง่วงนอน อยากจะหลับ

ความจริง คำว่า #อริยะ นี่ เขาแปลว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง

#สัจจะ หมายความว่า เราทรงความจริงที่เข้าถึงความบริสุทธิ์ทางใจ ในเรื่องของกายแต่ละคนหาความบริสุทธิ์ไม่ได้ เพราะกายมันสกปรก ไอ้ความบริสุทธิ์จริง ๆ มันต้องเป็นความบริสุทธิ์ทางใจ ความบริสุทธิ์ทางใจนี่องค์สมเด็จพระจอมไตรตรัสในวันนี้ว่าโดยย่อ ท่านบอกว่า จงละ ตัณหา ๓ ประการ คำว่าตัณหานี่ก็ไม่ใช่เรื่องหยาบ ถ้าไปด่ากันว่าเจ้านี่มักมากด้วยตัณหา มักจะโกรธ แต่ความจริงเป็นของธรรมดา

#ตัณหา แปลว่า #ความอยาก เราอยากได้สิ่งที่ยังไม่มีให้มันมีขึ้นเขาก็เรียกว่า #กามตัณหา

สิ่งใดที่มีอยู่แล้ว อยากให้ทรงตัว เขาก็เรียกว่า #ภวตัณหา

สิ่งใดที่มันมีอยู่แล้ว มันเก่าไป มันแก่ไป เราไม่อยากให้มันพัง มันจะต้องพังเราไม่อยากให้มันพัง อย่างนี้ก็เรียกว่า #วิภวตัณหา

ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงกล่าวว่า

“ขอทุกท่านจงวางตัณหาเสีย เอาจิตยอมรับนับถือกฎของธรรมดา อริยสัจนี่ไม่มีอะไรมาก อริยสัจนี่ถ้าจิตยอมรับนับถือกฎธรรมดาก็เป็นอริยสัจ”

อย่างพระอรหันต์นี่เรียนไม่มาก ท่านเรียนอยู่ข้อเดียวคือ #สักกายทิฏฐิ ตั้งแต่ #พระโสดาบัน #พระสกิทาคามี #พระอนาคามี #พระอรหันต์ ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นมา จนถึงอรหันต์น่ะเรียนข้อเดียว เรียนในด้านสักกายทิฏฐิ มองเห็นกฎธรรมดาของร่างกายของเราเองว่า ร่างกายของเรานี่มีสภาพเกิดขึ้นในเบื้องต้น แล้วก็มีความเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ เป็นเด็กเปลี่ยนมาเป็นความเป็นหนุ่มเป็นสาว จากความเป็นหนุ่มเป็นสาวเปลี่ยนไปหาความเป็นวัยกลางคน จากวัยกลางคนเปลี่ยนเป็นวัยแก่ จากวัยแก่มากลายเป็นวัยตาย เป็นอันว่ามันเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ ไม่ทรงตัว

ในเมื่อร่างกายมันไม่ทรงตัว ทีนี้มานั่งมองอีกทีว่าร่างกายของเรามันตายแล้ว เราตายหรือเปล่า คำว่า “เราตาย” มีคำว่าเราตายด้วย คำว่าตกนรกมันก็ไม่มี คำว่าไปสวรรค์มันก็ไม่มี มันก็ต้องมีสภาพสลาย หรือว่าองค์สมเด็จพระจอมไตรบอกว่า คำว่าสลายตัวนี่คือมันตายแต่ร่างกาย แต่เราคือ #จิต มันไม่ตาย ตอนนี้ต้องคิดกันมากหน่อย

แต่คนที่นั่งนี่เห็นจะไม่ต้องคิดมาก เพราะส่วนมากได้มโนมยิทธิรู้แล้ว เป็นอันว่าเทศน์กันง่าย รวมความแล้วพระอรหันต์ก็ศึกษาเท่านั้น พระโสดาบันก็ศึกษาเท่านั้น ให้จิตละเอียดลงไป

รวมความว่าจิตของเราจะสบายได้ ก็หมายความว่าจิตไม่ฝืนกฎธรรมดา ให้มีความยอมรับนับถือ หรือรู้สึกไว้เสมอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันมีความเกิดขึ้นในเบื้องต้น และก็เสื่อมลงไปทุกวัน ในที่สุดมันก็พัง

ร่างกายของเราในสภาพเวลานี้พอมีแรง ไม่ช้าแรงมันจะหมดไปทีละน้อย ๆ ในที่สุดมันก็พัง แล้วก็ตัดสินใจไว้อีกทีว่า การเกิดเหล่านี้มันมาจากไหน นี่การเกิดอย่างนี้จะพึงมีมาได้เพราะอาศัยตัณหาเป็นเหตุความตะเกียกตะกาย ตัณหาตัวไหน ไอ้ตัณหาตัวนอกไม่เป็นไร สำคัญตัวใน คือว่าเราเกิดมาแล้วลำบากแสนลำบาก ก็อยากเกิดต่อไป #ความอยาก แปลว่า ตัณหา ไม่ใช่ทางละ อย่างนี้พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า ถ้าละเสียมันมีสุข

จึงได้ทรงแนะนำบรรดาปัญจวัคคีย์ฤๅษีทั้ง ๕ ว่า

“เธอทั้งหลายจงพยายามละตัณหาทั้ง ๓ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ด้วยอำนาจของ อริยสัจ คือรู้ตามความเป็นจริง จงพิจารณาว่าร่างกายของคนก็ดี ของสัตว์ก็ดี ที่มีอยู่นั้นไม่ใช่ร่างกายของเขาจริง มันเป็นเรือนร่างที่อาศัยชั่วคราวเท่านั้น มันมีความเกิดขึ้นในเบื้องต้น มีความเปลี่ยนแปลงไปในท่ามกลาง และมีการสลายตัวไปในที่สุด ในเมื่อพวกเธอทั้งหลายวางภาระนี้เสียได้ เธอก็จะพ้นจากความทุกข์ คือเป็นพระอริยเจ้าเข้าพระนิพพาน”

เมื่อองค์สมเด็จพระพิชิตมารทรงเทศน์จบ ปรากฏว่า ท่านโกณฑัญญะ เป็นพระโสดาบัน เป็นเหตุให้องค์สมเด็จพระพิชิตมารดีพระทัยมาก จึงได้เปล่งอุทานวาจาว่า

อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญ

อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญ

คำว่า อัญญาสิ นี่แปลว่า รู้แล้ว จึงแปลเป็นใจความว่า โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ

ท่านดีใจมาก เพราะเทศน์กัณฑ์แรกมีคนบรรลุมรรคผลแม้แต่เบื้องต้น เป็นอันว่าคำว่า #อัญญาโกณฑัญญะ ต่อหน้าคำว่า #โกณฑัญญะ เฉย ๆ มีมาตั้งแต่วันนั้น

ที่มา: ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๕๔๔ ปีที่ ๔๗ เดือน กรกฎาคม ๒๕๖๙ หน้า ๘๐-๙๑

✳✳✳

สมัครสมาชิก ซื้อหนังสือ ต่ออายุสมาชิก ร่วมบุญธรรมทานธัมมวิโมกข์ ได้ที่

📱LINE ID: thammavimok2021

☎️ โทร. 084-616-9164

🔘ค่าสมาชิก (ส่งฟรี)

▪ ราย 1 ปี (12 เล่ม) 360 บาท

▪ รายครึ่งปี (6 เล่ม) 180 บาท

🔘ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 038-8-16089-6 ชื่อบัญชี พระครูภาวนาธรรมนิเทศก์

🔘ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 619-0-40809-5 ชื่อบัญชี พระครูภาวนาธรรมนิเทศก์

#ธัมมวิโมกข์ #ธรรมที่ทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ #คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง #หลวงพ่อฤาษี #หลวงพ่อพระราชพรหมยาน #วัดท่าซุง #วัดจันทาราม #นิพพาน #พระพุทธเจ้า #วันอาสาฬหบูชา #เทศน์กัณฑ์แรก #พระสงฆ์องค์แรก #ธรรมะวันนี้ #ธรรมะสอนใจ #ธรรมะ #ธรรมทาน

7/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของวันอาสาฬหบูชา พบว่า การเข้าใจความหมายของ "อาสาฬห" ที่แปลว่ากลางเดือน 8 และการรับรู้ถึงเหตุการณ์สำคัญในวันนั้น เช่น การที่พระพุทธองค์ได้ทรงเทศน์กัณฑ์แรกในป่าอิสิปตนมฤคทายวันแก่ปัญจวัคคีย์ ฤๅษีทั้ง 5 ซึ่งรวมถึงพระโกณฑัญญะ เป็นเรื่องที่ช่วยให้เราเห็นเส้นทางการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องและสมดุลมากขึ้น เนื้อหาที่กล่าวถึงการบรรลุมรรคผลโดยต้องมีสมดุลระหว่างการดูแลร่างกายและการพัฒนาใจ โดยไม่ให้เกิดความเครียดหรือความยึดมั่นมากเกินไป เช่น การละ "อัตตกิลมถานุโยค" ที่เน้นหลีกเลี่ยงความทรมานกาย และ "กามสุขัลลิกานุโยค" ที่เป็นการวางใจไม่ยึดติดกับความอยากใคร่ ถือเป็นแนวทางที่เห็นผลดีในการปฏิบัติธรรมจริง ผมเองได้ทำตามแนวทางมัชฌิมาปฏิปทา คือเดินทางสายกลาง ไม่เข้มงวดหรือละเลยเกินไป ก็พบว่าจิตใจมีความสงบและคลายความทุกข์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ การเข้าใจอริยสัจอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะการละตัณหาทั้ง 3 ได้แก่ กามตัณหา (ความอยากในกามคุณ), ภวตัณหา (ความอยากในการดำรงอยู่) และวิภวตัณหา (ความอยากที่จะไม่เสื่อมสลาย) คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้จิตใจบริสุทธิ์และหลุดพ้นจากความทุกข์ จุดที่ชัดเจนคือคำที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ยอมรับกฎธรรมชาติของการเกิดแก่เจ็บตาย และมองเห็นความไม่เที่ยงของกาย ด้วยความเข้าใจนี้เองทำให้ผมและหลาย ๆ คนสามารถปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นได้ง่ายขึ้น จนเมื่อพระโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมในวันนั้น ก็ยิ่งส่งผลให้เกิดแรงบันดาลใจในการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ผมแนะนำว่าผู้อ่านควรศึกษาและทำความเข้าใจกับธรรมะในวันอาสาฬหบูชา โดยเฉพาะข้อธรรมเรื่องมัชฌิมาปฏิปทาและอริยสัจ เพราะจะนำไปสู่การปฏิบัติธรรมที่ถูกทางและสร้างจิตใจให้สงบ มีสติประจำใจ และเข้าใจความจริงของชีวิตอย่างแท้จริง เพื่อช่วยขจัดทุกข์และพัฒนาสมาธิวิริยะในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน