🎉 ครบรอบ 23 ปี โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ⚡️ 19 กรกฎาคม 2568
โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย เสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสานด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์
สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจรอบโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ปั่นจักรยาน 🚲 รับลมเย็น ชมวิวเขายายเที่ยง พร้อมกันหังลมทั้ง 12 ต้นในวิวพาโนรามา 360 องศา และ📚 เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าที่บอกเล่าถึงความเป็นมาด้านพลังงานผสมผสานการผจญภัยสุดทันสมัย พร้อมเรียนรู้พลังงานไฟฟ้าทั้ง 7 โซน
#โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา #โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ #นครราชสีมา #กฟผ #ภารกิจแห่งความยั่งยืน
โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย กำลังการผลิตสูงถึง 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคอีสานอย่างมาก เนื่องจากระบบสูบกลับทำหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ต่ำ และปล่อยไฟฟ้าเมื่อความต้องการสูง ช่วยลดภาระของโรงไฟฟ้าหลักและรักษาความเสถียรของระบบไฟฟ้า นอกจากบทบาทด้านพลังงานแล้ว โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและกิจกรรมเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะการปั่นจักรยานชมบรรยากาศรอบบริเวณ เขายายเที่ยงซึ่งมีทิวทัศน์ธรรมชาติและลมเย็นสบาย มุมชมวิว 360 องศาพร้อมต้นไม้เรียงเป็นระเบียบ 12 ต้น ช่วยสร้างความผ่อนคลายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือน อีกทั้งยังมีศูนย์การเรียนรู้ของ กฟผ. ที่ให้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ ทั้ง 7 โซนที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การส่งจ่าย ไปจนถึงการอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนายังส่งเสริมภารกิจแห่งความยั่งยืนของ กฟผ. โดยเน้นใช้พลังงานสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชุมชนท้องถิ่นและเยาวชนเกี่ยวกับ ความสำคัญของพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคพลังงานสะอาดและความยั่งยืนในอนาคต ด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีพลังงานที่ทันสมัยและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนาจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของความก้าวหน้าทางด้านพลังงานควบคู่กับการรักษาธรรมชาติและชุมชนในพื้นที่ได้อย่างสมดุล
