⚡ เมื่อโลกเปลี่ยน... ระบบไฟฟ้าก็ต้องเปลี่ยน

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มพลังงานหมุนเวียน แต่ยังต้องมี "ระบบไฟฟ้า" ที่สามารถรองรับพลังงานเหล่านั้นได้อย่างมั่นคง เพื่อให้คนไทยมีไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

กฟผ. จึงเดินหน้าพัฒนา 2 เทคโนโลยีสำคัญ เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดของประเทศ

☀️ FPV (Floating Photovoltaics)

โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้พื้นที่ผิวน้ำของเขื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการระเหยของน้ำ และใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมอย่างคุ้มค่า

💧 PSH (Pumped Storage Hydropower)

โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ เปรียบเสมือน "แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า" กักเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง ช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบและรองรับพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีทั้งสองไม่เพียงช่วยเพิ่มพลังงานสะอาด แต่ยังสร้างคุณค่าในหลายมิติ ทั้งด้าน

🌱 สิ่งแวดล้อม

⚡ ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

📈 การพัฒนาเศรษฐกิจ

🤝 การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน

เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน เมื่อมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคงรองรับ

ข้อมูลจาก Facebook แฟนเพจ กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

#EGAT #พลังงานสะอาด #EnergyTransition #FPV #PSH

8/18 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่ได้ติดตามพัฒนาของเทคโนโลยี FPV (Floating Photovoltaics) และ PSH (Pumped Storage Hydropower) พบว่าการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในระบบไฟฟ้าของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น แต่ยังเป็นการปฏิวัติการจัดการพลังงานในภาพรวมอย่างแท้จริง FPV คือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนผิวน้ำอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน ซึ่งข้อดีที่เด่นชัดคือช่วยลดการระเหยของน้ำ โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่น้ำเก็บมีความสำคัญต่อการเกษตรและชุมชนรอบพื้นที่ นอกจากนี้การใช้ผิวน้ำแทนที่ดินในการติดตั้งยังช่วยประหยัดพื้นที่บนบก ให้ความคุ้มค่ากว่าในแง่ของการใช้ทรัพยากรร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมของเขื่อน ในขณะเดียวกัน PSH สร้างบทบาทเป็นแบตเตอรี่ธรรมชาติที่สามารถกักเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ในรูปของพลังน้ำได้ในช่วงเวลาที่พลังงานจากแสงอาทิตย์หรือลมมีมากเกินไป และส่งคืนพลังงานมาใช้เมื่อระบบไฟฟ้ามีความต้องการสูง เทคโนโลยีนี้จึงช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการใช้งานพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่องและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล การผสมผสานของทั้งสองเทคโนโลยีนี้จึงไม่เพียงแค่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาสในการจ้างงานใหม่ในชุมชน ตัวอย่างเช่นชุมชนบางแห่งที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการ FPV-PSH ช่วยเสริมรายได้และเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนให้แก่ท้องถิ่น ผมเห็นว่าการผลักดันเทคโนโลยีเหล่านี้ควบคู่กับการสร้างความรับรู้และความเข้าใจในวงกว้าง จะช่วยเร่งให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นในอนาคตแบบมั่นคง 24 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชุมชนและอุตสาหกรรมโดยรวม