4 โรคอันตราย ทำให้น้ำหนักลดเยอะผิดปกติ
1. มะเร็ง
🌀 เซลล์มะเร็งทำให้ร่างกายอักเสบ
🌀 ต้องเผาผลาญพลังงานมากขึ้นเรื่อย ๆ
🌀 ร่างกายสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อมาใช้งาน
🌀 ผู้ป่วยมักเบื่ออาหาร กินได้น้อยลง
2. ไทรอยด์เป็นพิษ
🔖 ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ผลิตฮอร์โมนเกินไป
🔖 ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากเกินความจำเป็น
🔖 น้ำหนักลดลงรวดเร็ว
3. วัณโรคปอด
🌱 ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อกระตุ้ นภูมิคุ้มกัน
🌱 เกิดการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
🌱 ใช้โปรตีนมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อลดลง
🌱 มีอาการไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย กินอาหารได้น้อยลง
4. เบาหวาน
📍 ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลเป็นพลังงานได้
📍 ต้องดึงไขมันและโปรตีนมาใช้แทน
📍 ทำให้น้ำหนักลดลงผิดปกติ
⚠️ สัญญาณอันตราย⛔️
หากน้ำหนักลดลง เกิน 10% ภายใน 6 เดือน โดยที่ไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงได้ค่ะ
ถ้าช่วงนี้ “น้ำหนักลดลงผิดปกติ” ทั้งที่ไม่ได้คุมอาหาร/ออกกำลังกายเพิ่ม บอกเลยว่าอย่ามองข้ามค่ะ เพราะบางครั้งมันไม่ใช่เรื่องเมตาบอลิซึมหรือพักผ่อนไม่พออย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังใช้พลังงานมากขึ้น หรือดึงกล้ามเนื้อ/ไขมันไปใช้จากโรคบางอย่าง สิ่งที่ฉันใช้เป็นเช็กลิสต์เบื้องต้น (เพื่อสังเกตตัวเองก่อนนัดหมอ) คือ 1) ลดไปเท่าไหร่และนานแค่ไหน: ถ้าลดเกิน 10% ของน้ำหนักตัวภายใน 6 เดือนโดยไม่ตั้งใจ ถือว่าเข้าข่ายน่ากังวล เช่น หนัก 60 กก. ลด 6 กก. แบบไม่ได้ตั้งใจ 2) ลดทั้งที่กินเท่าเดิมหรือกินมากขึ้น: เคสที่กินเยอะแต่ผอมลง มักทำให้นึกถึงไทรอยด์เป็นพิษหรือเบาหวานได้ 3) มีอาการร่วมอะไรบ้าง: เช่น ไข้เรื้อรัง เหงื่อออกกลางคืน ไอเรื้อรัง ใจสั่น มือสั่น ถ่ายบ่อย กระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย เหนื่อยง่าย หรือเบื่ออาหาร อาการที่มักเจอคู่กับ “น้ำหนักลดลงผิดปกติ” และควรรีบไปพบแพทย์ ได้แก่ - ไข้ต่ำๆ เรื้อรัง เหงื่อออกกลางคืน หรือไอเกิน 2–3 สัปดาห์ (นึกถึงวัณโรคปอดได้) - ใจสั่น มือสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย นอนไม่หลับ น้ำหนักลงเร็ว (นึกถึงไทรอยด์เป็นพิษ) - หิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย ตาพร่ามัว แผลหายช้า (เข้าทางเบาหวาน) - เบื่ออาหาร อ่อนเพลียมาก ซีด ปวด/มีก้อนผิดปกติ หรือปวดที่ไม่ทราบสาเหตุ (ควรคัดกรองโรคร้ายแรง รวมถึงมะเร็ง) ถ้าจะไปตรวจ ฉันแนะนำเตรียมข้อมูลแบบนี้ไปด้วยจะคุยกับคุณหมอง่ายขึ้น - น้ำหนักย้อนหลัง 3–6 เดือน (ถ้ามีรูปหน้าท้อง/สัดส่วนก็ช่วยได้) - อาหารที่กินต่อวันคร่าวๆ และกิจกรรม/การออกกำลังกาย - ยาที่ใช้ประจำ อาหารเสริม สมุนไพร - อาการร่วมและระยะเวลา (เช่น ไอมากี่สัปดาห์ มีไข้ไหม) ตรวจที่มักถูกพิจารณา (ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์) เช่น ตรวจเลือดพื้นฐาน, น้ำตาล/ HbA1c สำหรับเบาหวาน, ฮอร์โมนไทรอยด์, เอกซเรย์ปอดหรือการตรวจเสมหะหากสงสัยวัณโรค และการคัดกรองอื่นๆ ตามอาการ สุดท้าย ถ้าน้ำหนักลดลงผิดปกติจนเริ่มรู้สึกแรงตก กล้ามเนื้อลด หรือมีสัญญาณเตือนร่วม อย่ารอดูอาการนานนะคะ ไปพบแพทย์เร็วจะหาสาเหตุได้ไวและรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น


76 ลงมา 55 54 เป็นไทรอยด์แบบอ้วน ป่วยด้วยโรคหัวใจ แต่ จีพี เมด ยันไซไค ทักเรื่อง นน แต่ไม่เห็นตรวจอะไรเลย