รีวิว ซ้ำ / ไม่ซ้ำ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์

La Roche-Posay CICAPLAST BAUME B5+ บาล์มบาล์มบำรุงผิวช่วยปลอบประโลมฟื้นบำรุงผิว เนื้อค่อนข้างหนัก โบกตอนกลางคืน ตื่นมาหน้าฟู เวลาช่วงรู้สึกว่าผิวเริ่มอ่อนแอ จะรีบโบกทันที

____________

AESTURA Atobarrier365 Cream

อีกตัวที่จะใช้ช่วงผิวอ่อนแอ สลับกับ B5+ แต่เนื้อจะเบากว่า ตัวนี้จะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยฟื้นฟูผิว เนื้อครีมซึมไว คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ เหมาะกับทุกสภาพผิว

____________

SKINPRO Rx Acne X Moisturizer มอยซ์เจอร์ไรเซอร์

เป็นสูตรสำหรับผิวมัน/เป็นสิว บำรุงผิวหน้า ลดการเกิดสิวซ้ำ ควบคุมความมัน จะเป็นเนื้อเจล

_____________

CERAVE Oil Control Moisturising Gel Cream มอยซ์ เจลครีม ปรับสมดุลผิวมัน

ตัวนี้ออกแบบมาสำหรับคนผิวผสม-ผิวมัน พร้อมเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว เราใช้แค่ทาตอนเช้า

______________

CERAVE Facial Moisturising Lotion SPF30

โลชั่นบำรุงผิวหน้า ผิวธรรมดา มีกันแดดในตัว แต่ตัวนี้ใช้แล้วไม่อุดตันนะ

______________

SIBLING Revitalizing Cream

ครีมรีไวท์ มอยส์เจอไรเซอร์ล็อกความชุ่มชื้น ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นยาวนาน ใช้ได้ทุกสภาพผิวนะ

เนื้อครีมลองทาแล้วซึมไวเหมือนกัน เวลาเป็นสิวก็จะโบกตัวนี้ สามารถใช้แทน sleeping mask ได้ #มอยเจอร์ไรเซอร์ #แนะนำมอยยซ์เจอร์ไรเซอร์ #ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8 #Lemon8ฮาวทู

2025/9/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงที่คนค้นหา “aesture” ส่วนใหญ่จะอยากรู้ว่า AESTURA Atobarrier365 Cream เหมาะกับผิวแบบไหน ใช้แล้วหนักไหม และช่วยเรื่องผิวพัง/ผิวอ่อนแอได้จริงหรือเปล่า เราเลยขอสรุปประสบการณ์แบบบ้านๆ เพิ่มให้ เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อย่างแรกที่รู้สึกได้ชัดคือ “เนื้อครีมเบากว่า” กลุ่มบาล์มกู้ผิวอย่าง La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ เยอะเลยค่ะ ถ้าวันไหนหน้าแห้งลอก แสบ แดง หรือรู้สึกระคายเคืองหนักๆ เราจะโบก B5+ ตอนกลางคืนให้ตื่นมาหน้าฟู แต่ถ้าอาการไม่ได้หนักมาก แค่ผิวเริ่มอ่อนแอจากการล้างหน้าแรงไป/อากาศเปลี่ยน/ใช้แอคทีฟแล้วแห้ง AESTURA จะเป็นตัวที่หยิบง่ายกว่า เพราะซึมไวกว่าและฟีลไม่เคลือบผิวหนา วิธีใช้ที่เราเวิร์ก (และคิดว่าหลายคนทำตามแล้วไม่ค่อยพัง) คือ - เช้า: ใช้ AESTURA บางๆ หลังเซรั่ม เน้นบริเวณที่แห้ง/ตึง แล้วตามด้วยกันแดด (ถ้าใช้ CeraVe Facial Moisturising Lotion SPF30 อยู่แล้วก็อาจลดขั้นตอนลงได้) - กลางคืน: ถ้าผิวต้องการปลอบประโลมมากๆ ค่อยสลับไปโบก B5+ หรือถ้าคืนไหนอยากเบาสบายก็ใช้ AESTURA เดี่ยวๆ ได้ เรื่องผิวมัน/เป็นสิว: ส่วนตัวมองว่า AESTURA ไม่ได้ทำมาเพื่อ “คุมมัน” แบบสายเจล แต่ใช้ได้ในวันที่ผิวมันเพราะขาดน้ำ (ยิ่งบริเวณแก้ม/ข้างจมูก) เราจะทาบางๆ และเลี่ยงการโบกหนาในโซนที่อุดตันง่าย ถ้าวันไหนสิวเห่อหรือรู้สึกมันมากๆ จะหยิบมอยซ์เนื้อเจลอย่าง SKINPRO Rx Acne X Moisturizer หรือ CeraVe Oil Control Moisturising Gel-Cream แทน แล้วค่อยกลับมาใช้ AESTURA ตอนผิวเริ่มนิ่ง ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ไม่อุดตันง่าย (จากที่ลองแล้วเวิร์ก): 1) ทาตอนผิวยังหมาดๆ จะซึมดีและใช้ปริมาณน้อยลง 2) ถ้าแต่งหน้า ให้ทาบางๆ รอเซ็ตตัว 3-5 นาที เมคอัพจะไม่เป็นคราบง่าย 3) ช่วงผิวพังจากแอคทีฟ ให้พักสกินแคร์ที่แรง แล้วใช้ AESTURA เป็น “ตัวหลัก” ไปก่อน 3-7 วัน เพื่อพยุงเกราะผิว สรุปสำหรับเรา AESTURA Atobarrier365 Cream เป็นมอยซ์สาย “เสริมเกราะผิว” ที่หยิบใช้ได้บ่อย โดยเฉพาะวันที่ผิวอ่อนแอแต่ไม่อยากได้ความหนักแบบบาล์ม ใครกำลังลังเลว่าควรซื้อไหม ถ้าชอบเนื้อซึมไว ใช้ได้กับผิวแพ้ง่าย และอยากได้ตัวที่สลับกับมอยซ์กู้ผิว/มอยซ์เจลได้ลงตัว ตัวนี้มีโอกาสได้ “ซ้ำ” ค่อนข้างสูงเลยค่ะ

ค้นหา ·
ซ้ําหรือไม่ซ้ํา มอยเจอร์ไรเซอร์