Reading book prepared for entrance exam. Medical line.
Reading book prepared for entrance exam. Medical line.
หลายคนที่กำลังเตรียมสอบเข้าแพทย์/ทันตะ/เภสัช/สัตวแพทย์ มักเริ่มจากคำถามเดียวกันเลยคือ “8 วิชาหลักมีอะไรบ้าง” เพราะพอเริ่มวางแผนอ่าน จะได้จัดตารางและเลือกหนังสือเตรียมสอบให้ถูกทาง สำหรับการเตรียมสอบสายแพทย์ (ตามที่เจอบ่อยในแนว TCAS/A-LEVEL และข้อสอบพื้นฐานสายวิทย์สุขภาพ) 8 วิชาที่คนส่วนใหญ่ใช้เป็นแกนอ่าน มีประมาณนี้: ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, คณิตศาสตร์ประยุกต์, ภาษาอังกฤษ, สังคมศึกษา, ภาษาไทย และ “จริยธรรม/ความถนัดเชิงแพทย์” (บางโรงเรียน/สนามสอบจะเรียกต่างกันหรือเน้นไม่เท่ากัน) วิธีเช็กให้ชัวร์ที่สุดคือดู EXAM BLUEPRINT หรือประกาศเกณฑ์ของคณะที่เล็งไว้ แล้วทำรายการ “ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง” ก่อนค่อยซื้อหนังสือ จะช่วยไม่เสียเงินกับเล่มที่ไม่จำเป็น วิธีอ่านให้ทันที่เราใช้คือแบ่งเป็น 2 ชั้น: (1) ชั้นเก็บพื้น—อ่านสรุป/ตำราให้เข้าใจคอนเซ็ปต์ แล้วทำโจทย์ง่ายเพื่อเช็กว่าจำได้จริง (2) ชั้นทำคะแนน—ตะลุยข้อสอบเก่า/ข้อสอบจำลองแบบจับเวลา พร้อมทำสมุด “เฉลยอย่างละเอียดของตัวเอง” โดยจดว่าเราพลาดเพราะสูตร, เพราะอ่านโจทย์ไม่ครบ หรือเพราะพื้นฐานบทนั้นยังไม่แน่น ถ้าโฟกัสเรื่องชีวะ-สรีรวิทยา หลายคนค้นหา “costanzo physiology pdf” เพื่อหาหนังสืออ่าน แต่แนะนำให้ระวังเรื่องลิขสิทธิ์ และถ้าอยากอ่านให้คุ้มจริง ๆ ให้ใช้เป็นแนวทางทำโน้ตแทนการไล่อ่านยาว ๆ เช่น สรุปเป็นหัวข้อ: ระบบหายใจ/หัวใจ/ไต/กรด-ด่าง แล้วโยงเป็นภาพรวม (concept map) จากนั้นตามด้วยโจทย์ที่อิงกราฟ/สถานการณ์ เพราะแนวข้อสอบสายแพทย์ชอบทดสอบการประยุกต์มากกว่าท่องจำ ทริคเลือกหนังสือเตรียมสอบ/คอร์ส (ทั้งแบบเล่มและ ONLINE) ที่ช่วยประหยัดเวลา: - เลือกเล่มที่มี “โจทย์พร้อมเฉลยละเอียด” จะคุ้มกว่าเล่มสรุปอย่างเดียว - ถ้ามีเวลาน้อย ให้เลือก 1 แหล่งหลักต่อวิชา (หนังสือหรือคอร์ส) แล้วใช้ข้อสอบเก่าเป็นตัวคุมทิศทาง - วิชาที่คะแนนเหวี่ยงง่ายอย่างฟิสิกส์/คณิตศาสตร์ประยุกต์ ให้ทำโจทย์สม่ำเสมอวันละนิด จะดีกว่าทำรวดเดียวก่อนสอบ - ภาษาอังกฤษให้ฝึกอ่านบทความสั้น ๆ ทุกวันและจับคำศัพท์จากข้อสอบจริง สุดท้าย ถ้าคุณเล็ง “มหาวิทยาลัยชั้นนำ” แนะนำให้ทำตารางอ่านแบบ 40 ชม./สัปดาห์ (ปรับตามตารางเรียน) โดยล็อกเวลาโจทย์ไว้ชัด ๆ เพราะคะแนนมักมาจากความเร็ว+ความแม่นจากการทำโจทย์จริงมากที่สุด
