Automatically translated.View original post

Add cream cheese. How many baht? No loss.

Add cream cheese. How many baht? No loss?

Price update, 2026

149 baht / 400 grams per bag of cream cheese

22 oz Tumbler

2 tablespoons cream cheese = 11.18

Cold water 40 ml. = 0.40

Cold milk 25 ml. = 1.25

Cost of cream cheese per glass 12.83 baht

Which store added 10 baht? Think well.

If looking at the average and profit from water

Bring it to pull the client. It's okay.

But if you suggest adding 15

How many more friends are now?

# Cream cheese # Drink recipes # Thai tea cream cheese # Self-made cream cheese # NgamcheewaChannel

1/30 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังลังเลว่า “เพิ่มครีมชีสกี่บาท” ถึงจะไม่ขาดทุน เราแนะนำให้คิดเป็นขั้น ๆ แบบนี้ จะตัดสินใจง่ายขึ้นและตั้งราคาได้มั่นใจขึ้นค่ะ (โดยเฉพาะเมนูอย่างชาไทยครีมชีสที่ครีมชีสเป็นตัวดึงลูกค้า) 1) เริ่มจาก “ต้นทุนต่อเสิร์ฟ” ให้ชัด หลักการคือเอาราคาต่อถุง/ต่อกรัม มาคูณปริมาณที่ใช้จริงต่อแก้ว เช่น ครีมชีสถุง 400 กรัม ราคา 149 บาท แล้วชั่ง/ตวงให้รู้ว่า 2 ช้อนโต๊ะที่ใช้ต่อแก้วเท่ากับกี่กรัมแน่ ๆ เพราะแต่ละยี่ห้อความฟูไม่เท่ากัน การชั่งครั้งแรกจะช่วยให้ตัวเลขนิ่งมากขึ้น 2) อย่าลืมต้นทุนแฝงที่หลายร้านมักลืม นอกจากครีมชีส + น้ำ + นม (ที่หลายคนคิดแล้ว) แนะนำให้บวกเพิ่มอย่างน้อย: - น้ำแข็ง (ถ้าเป็นแก้ว 22 oz ใช้เยอะพอสมควร) - แก้ว/ฝา/หลอด (ถ้าเป็นฝาโดมต้นทุนจะสูงขึ้น) - ค่าแรงเวลาตีครีมชีส + ค่าไฟเครื่องตีฟองนม - ค่าเสียหาย/ครีมชีสเหลือทิ้ง (ทำแล้วไม่หมดภายในวัน) ส่วนนี้แหละที่ทำให้ “บวกเพิ่ม 10 บาท” ดูเหมือนพอ แต่พอขายจริงกำไรหายค่ะ 3) ตั้งราคาเพิ่มแบบมีเหตุผล: คุมกำไรขั้นต้น (Gross Margin) ถ้าครีมชีสต่อแก้วอยู่ประมาณ 12–13 บาท (ตามที่คุณคำนวณ) การบวกเพิ่ม 15 บาทจะเริ่มมีพื้นที่ให้ต้นทุนแฝงและความผิดพลาดระหว่างวันมากกว่า 10 บาท แต่ถ้าแก้ว/ฝาแพง หรือทำเป็นครีมชีสหนา ๆ (topping หนัก) อาจต้องขยับเพิ่มเป็น 15–20 บาทได้แบบไม่รู้สึกผิด 4) ใช้ “ระดับความหนา” เป็นตัวช่วยขายและทำให้ลูกค้ายอมจ่าย วิธีที่เราใช้แล้วเวิร์กคือทำเป็น 2 ระดับ เช่น - ครีมชีสปกติ (+15) - ครีมชีสหนา/ดับเบิล (+20 หรือ +25) ลูกค้ารู้สึกเลือกได้ ร้านก็ไม่ต้องแบกรับต้นทุนคนที่อยากได้หนาเป็นพิเศษ 5) ทริคเล็ก ๆ ให้ต้นทุนคุมง่ายขึ้น - ตีครีมชีสเป็นรอบ ๆ และบันทึกว่าหนึ่งรอบทำได้กี่แก้ว เพื่อลดการกะด้วยสายตา - ใช้ช้อนตวง/สกู๊ปให้คงที่ (ครีมชีสจะไม่แกว่ง) - ถ้าขายชาไทยครีมชีสเป็นเมนูขายดี ให้คุมสูตรชาไทยให้กำไรจากน้ำอยู่ได้จริง แล้วครีมชีสเป็นตัวอัปเซลที่ทำกำไรเพิ่ม สรุปจากประสบการณ์เรา: ถ้าต้นทุนครีมชีสต่อแก้วประมาณสิบกว่าบาท การเพิ่ม 15 บาทมัก “ปลอดภัยกว่า” และช่วยกันเหนื่อยเรื่องต้นทุนแฝงได้ดี แต่สุดท้ายให้ลองเช็กต้นทุนแพ็กเกจจิ้งของร้านตัวเองด้วย แล้วค่อยล็อคราคาที่คุ้มที่สุดค่ะ