รีวิว #ลิปพอต fwee lip & cheek blurry pudding pot
.
เป็นสี warm tone แต่คนละ shade กัน
PK02 Skirt สีชมพูนูดตุ่น (Blushed Moment)
RS01 FEEL'N สีน้ำตาลแดงติดส้ม (Faded Moment)
RD01 D-DAY สีแดงชมพู (Reddish Moment)
.
ใครกำลังเล็ง “fwee RD01” อยู่ เราว่ารุ่น lip & cheek blurry pudding pot ตัวนี้เหมาะมากสำหรับคนชอบลุคเบลอ ๆ แบบ soft matte แต่ยังดูละมุน ไม่เป็นแป้งหนาจนปากแห้ง แตกง่าย ส่วนตัวเราลองเทียบ 3 เฉดที่ฮิตในโทน warm tone คือ PK02 Skirt, RS01 FEEL'N และ RD01 D-DAY แล้วรู้สึกว่า RD01 D-DAY เป็น “แดงชมพู” ที่ทาได้บ่อยกว่าที่คิด ถ้าทาเบา ๆ จะออกแนวระเรื่อสุขภาพดี แต่ถ้าเพิ่มชั้นจะเป็นแดงชมพูชัดขึ้น เหมาะทั้งทาไปเรียน/ทำงาน และแต่งหน้าโทนเกาหลี วิธีทาให้สวย (ที่เราทำแล้วรอด): แตะเนื้อลิปนิดเดียวแล้วค่อย ๆ เกลี่ยจากกลางปากออกด้านนอก จะได้ขอบฟุ้ง ๆ แบบ blurry ตามชื่อรุ่น ถ้าปากแห้งมาก แนะนำทาลิปบาล์มบาง ๆ ก่อน รอให้ซึมแล้วค่อยลงพอต จะช่วยไม่ให้ตกร่อง ใช้เป็นบลัชได้ด้วย: RD01 D-DAY ปัดแก้มแล้วให้โทนชมพูแดงดูสดขึ้น แต่ไม่โดดเกินไป เคล็ดลับคือแตะทีละนิดแล้วเกลี่ยไว ๆ (เพราะพอตเซ็ตตัวพอสมควร) ถ้าลงรองพื้นแล้วกลัวเป็นคราบ ลองแตะที่หลังมือก่อนแล้วค่อยกดลงแก้ม จะเนียนกว่า เทียบอารมณ์สีแบบเร็ว ๆ - PK02 Skirt: ชมพูนู้ดตุ่น ละมุน ใช้ได้ทุกวัน เหมาะกับลุคสุภาพ - RS01 FEEL'N: น้ำตาลแดงติดส้ม ให้ความอิฐ ๆ อบอุ่น เหมาะกับเมคอัพโทนส้ม/น้ำตาล - RD01 D-DAY: แดงชมพู ช่วยให้หน้าดูไบรท์ขึ้น ใช้ได้ทั้งปากและแก้ม แล้ว “fwee bs01” ถ้าใครเสิร์ชแล้วลังเล เราแนะนำให้ดูโทนผิวตัวเองก่อน: ถ้าผิวอมชมพูหรือชอบลุคซอฟต์ ๆ จะหยิบโทนชมพู/ชมพูนู้ดง่ายกว่า แต่ถ้าชอบลุคติดส้มอุ่น ๆ โทนน้ำตาลแดงจะเข้ากว่า (ทางนี้เลยชอบสลับใช้ RS01 กับ RD01 ตามลุค) สุดท้าย แนะนำให้ดูสวอชบนมือกับบนปากคู่กัน เพราะสีพอตพอทาบนปากจริงจะขึ้นอยู่กับสีปากเดิมมาก ๆ โดยเฉพาะ RD01 ที่ทาเบา ๆ จะละมุน แต่ทาหนาแล้วสวยคมขึ้นทันที



