ใช้เทียบให้ดูทั้ง 2 ฝั่ง โทนอัพเบส และ แป้งผสมรองพื้น จาก RAD Cosmetics
True Radiance Angelic Skin + 4D Air Sculpt Powder
.
ฝั่งซ้ายจะใช้ #โทนอัพเบส สี Rosy Glow ลงก่อนเป็น base ผิวอันดับแรก ช่วยบำรุงผิว ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้น เตรียมพร้อมผิวในการแต่งหน้าขั้นตอนต่อไป ฝั่งที่ทาแล้วจะเห็นว่า ผิวมีความชุ่มชื้น หน้าผ่องเล็กน้อย
.
ใช้ แป้งไฟดารา ฝั่งที่ใช้ โทนอัพแล้ว การลงแป้งได้ง่ายขึ้น เบลอผิวชัดเจน ความโกลว์ที่ ผิวหายไป คุมมัน ให้งานผิวแมตต์ แป้งแลดูแนบกับผิวมากกว่า ลดปัญหาการเกิดเป็นคราบ เป็นขุย จากการลงแป้งผสมรองพื้น
.
ส่วนฝั่งขวา ที่ลงแป้งอย่างเดียว ผิวดูแมตต์แห้งมากกว่า รูขุมขนเบลอได้ใกล้เคียงกัน
.
หลายคนถามว่า “ต้องลงโทนอัพเบสก่อนแป้งพัฟ/แป้งผสมรองพื้นไหม?” เราลองกับเซตคู่ RAD True Radiance Angelic Skin (สี Rosy Glow) + 4D Air Sculpt Powder (เราใช้เฉด 02 Ivory) แล้วรู้สึกว่าขั้นตอนนี้ช่วยเรื่องงานผิวจริง โดยเฉพาะคนที่ผิวมีความแห้งเป็นบางจุดหรือชอบเกิดคราบง่าย ทริคที่เราใช้คือ ลงโทนอัพเบสให้ “บางมาก” ก่อน ไม่ต้องโบกให้ขาว เพราะหน้าที่หลักของ Rosy Glow สำหรับเราคือช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ เติมความชุ่มชื้น และทำให้ผิวดูผ่องแบบสุขภาพดี พอผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น เวลาตามด้วยแป้ง 4D Air Sculpt Powder จะรู้สึกว่าแป้งเกาะผิวแบบเนียนกว่า ลดโอกาสเกิดเป็นขุยตรงข้างจมูก/แก้มที่มักแห้ง และกดแป้งแล้วไม่ค่อยตกร่อง วิธีลงแป้งที่เวิร์ก: 1) หลังลงโทนอัพเบส รอให้เซตตัวประมาณ 30–60 วินาที (อย่าเพิ่งรีบกดแป้งตอนยังเปียก) 2) ใช้พัฟกดแบบ “แตะ-กด” ไม่ถูวน โดยเริ่มจากช่วง T-zone ที่มันง่ายก่อน 3) ถ้าต้องการงานผิวไม่หนา ให้กดแป้งบางๆ รอบแรก แล้วค่อยเพิ่มเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด ถ้าเลือก “ลงแป้งอย่างเดียว” เรารู้สึกว่างานจะแมตต์แห้งกว่าชัดเจน (โดยเฉพาะวันที่ผิวขาดน้ำ) ถึงเบลอรูขุมขนได้ใกล้เคียงกัน แต่ความแนบผิวและความละมุนตอนซูมใกล้ๆ ฝั่งที่มีโทนอัพเบสจะดีกว่า และดูผิวไม่กรังระหว่างวัน เหมาะกับใคร? - คนผิวผสม/มันที่ยังอยากได้ผิวดูสุขภาพดีตอนเริ่มแต่ง แล้วคุมมันด้วยแป้งตอนจบ - คนที่ใช้แป้งผสมรองพื้นแล้วชอบเป็นคราบ เป็นขุย หรือแป้งตกร่อง สรุปจากที่ลองเอง: ถ้าอยากได้ “เบลอผิว + คุมมัน + ลดคราบ” แนะนำให้จับคู่โทนอัพเบส True Radiance Angelic Skin (Rosy Glow) กับ 4D Air Sculpt Powder จะได้งานผิวแมตต์ที่ยังดูเนียนสวยค่ะ