Automatically translated.View original post

Jo malone✨

1/9 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหา “โจ มา โลน Wild Bluebell” แล้วลังเลว่าจะเหมาะกับตัวเองไหม เราขอรีวิวแบบใช้งานจริงให้เลยค่ะ (Jo Malone Wild Bluebell Cologne) โทนกลิ่นโดยรวมของ Wild Bluebell จะเป็นดอกไม้ใสๆ โปร่งๆ ฟีลธรรมชาติ ไม่ได้หวานจัดหรือแป้งหนัก ฉีดแรกๆ จะรู้สึกสดชื่นเบาๆ เหมือนเดินผ่านสวนดอกไม้หลังฝนตก แล้วพอกลิ่นเริ่มแห้งจะละมุนขึ้น กลายเป็นความหอมสะอาดที่ “ดูแพง” แบบไม่พยายาม เหมาะมากกับคนที่ไม่ชอบน้ำหอมแนวหวานน้ำตาลหรือแนวเซ็กซี่จัดๆ เรื่องความติดทน (ในแบบโคโลญของ Jo Malone ต้องบอกตามตรงว่า) จะอยู่ระดับกลางถึงค่อนข้างเบา ถ้าวันอากาศร้อน/เหงื่อออก เราจะรู้สึกว่ากลิ่นจางไวกว่าเดิม โดยปกติบนผิวเราจะประมาณ 3–5 ชั่วโมง แล้วจะเหลือเป็นกลิ่นผิวหอมๆ อ่อนๆ ส่วนบนเสื้อจะอยู่ได้นานกว่าเล็กน้อย ใครที่อยากให้ติดทนขึ้น แนะนำฉีดหลังทาโลชั่นที่ไม่มีกลิ่น หรือทาวาสลีนบางๆ ที่จุดชีพจร (ข้อมือ/ข้อพับแขน/หลังหู) ก่อนฉีด จะช่วยให้กลิ่นเกาะผิวดีขึ้นค่ะ การกระจายตัว: Wild Bluebell จะไม่ได้พุ่งแรง แต่จะเป็นแบบคนเข้ามาใกล้แล้วได้กลิ่น “หอมสะอาด” กำลังดี เหมาะกับไปทำงาน ไปเรียน คาเฟ่เดตเบาๆ หรือวันที่อยากให้ลุคดูซอฟต์ๆ ไม่รบกวนคนรอบข้าง เหมาะกับใคร? - คนที่ชอบน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ใสๆ สไตล์ clean girl / minimal - มือใหม่ที่อยากเริ่มเล่น Jo Malone เพราะกลิ่นใช้ง่ายมาก - คนที่ต้องเจอคนเยอะๆ ในที่ปิด เช่น ออฟฟิศ ห้องเรียน (ไม่ฉุน) ทริคเลเยอร์ให้หอมขึ้น: ถ้าอยากให้ Wild Bluebell ดูมีมิติและติดผิวขึ้น ลองจับคู่กับกลิ่นแนวมัสก์/ไม้สะอาดๆ ของแบรนด์ จะได้ฟีลนุ่มๆ อบอุ่นขึ้น หรือถ้าอยากให้หวานขึ้นนิดนึงก็เลเยอร์กับกลิ่นฟรุตตี้เบาๆ (ฉีด Wild Bluebell เป็นฐานก่อน) สุดท้าย ถ้าคุณกำลังค้นหา “jo malone wild bluebell รีวิว” เพราะอยากได้กลิ่นสุภาพ ใช้ได้ทุกวัน ไม่หวาน ไม่ฉุน ตัวนี้เป็นหนึ่งในตัวที่หยิบใช้บ่อยมากค่ะ แนะนำให้ไปลองฉีดที่ผิวจริงก่อนซื้อ เพราะผิวแต่ละคนดึงกลิ่นออกมาไม่เหมือนกัน และอย่าลืมเช็กของแท้จากเคาน์เตอร์/ช็อปทางการเพื่อความสบายใจด้วยนะคะ